Page 96 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 96
๘๒ | หน้ า
ค่าเสียหายในอนาคตที่ไม่แน่นอนว่าผู้ฟ้องคดีจะมีรายได้จากพืชผลต้นไม้ดังกล่าวหรือไม่ เพียงใด ศาลจึงไม่อาจ
พิพากษาให้ตามคําขอได้ ส่วนคําขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีฟื้นฟูระบบนิเวศน์ของลําน้ําพะเนียงโดยใช้พรรณไม้พื้นบ้านให้ใช้
ประโยชน์ได้ดังเดิม นั้น เมื่อผู้ฟ้องคดีได้ให้ความยินยอมในหนังสือยินยอมเพื่อการพัฒนาแหล่งน้ําในเขตจังหวัด
หนองบัวลําภู ลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๖ ยินยอมให้ทางราชการรื้อถอน ตัดโค่น ต้นไม้เพื่อการพัฒนาแหล่งน้ําซึ่ง
อยู่ติดกับที่ดินของผู้ฟ้องคดีแล้วผู้ฟ้องคดีจึงมิใช่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันจะมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาล
ปกครองให้มีคําบังคับตามคําขอดังกล่าวได้ ตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ
วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒
พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นค่าที่ดินที่เสียหายทั้งสองแปลงให้แก่ผู้ฟ้อง
คดี เป็นเงินจํานวน ๙๒,๓๐๐ บาท ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดคําขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
กรณีของลําพะเนียงอีกกรณีหนึ่งก็คือ กรณีของนาง ม้วน พิมพ์คด ได้ฟ้องกรมชลประทานให้จ่าย
ค่าชดเชย และศาลปกครองชั้นต้น ตัดสินให้กรมชลประทานจ่ายค่าชดเชยกับชาวบ้าน กรมชลประทานได้ยื่น
อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองสูงสุด ได้มีคําพิพากษาให้กรมชลประทานจ่ายค่าชดเชย ให้กับ
ชาวบ้านที่เสียหาย ศาลปกครองสูงสุดตัดสินว่า และศาลปกครองชั้นต้น ตัดสินให้กรมชลประทานจ่ายค่าชดเชย
ค่าเสียหายในที่ดิน กับผู้ฟ้อง
คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของที่ดิน เนื้อที่ ๕ ไร่ ๑ งาน ๑๓ ตารางวาโดยมีเนื้อที่
บางส่วนติดลําห้วยพะเนียง ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองดําเนินการขุดลอกลําห้วย
พะเนียง ทําให้ที่ดินของผู้ฟ้องคดีหายไปทั้งแปลง คิดเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้นเป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ฟ้องคดีจึงนํา
คดีมาฟ้องต่อศาลปกคลอง ขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือมีคําสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายในที่ดินของ ผู้
ฟ้องคดีที่หายไปทั้งแปลงจากการขุดลอกห้วยลําพะเนียง เป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท และมีคําขอยกเว้น
ค่าธรรมเนียมศาล ศาลพิจารณาคําขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลของผู้ฟ้องคดีแล้วอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีแล้วอนุญาต
ให้ผู้ฟ้องคดีดําเนินคดีโดยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมด
ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงิน
๑๕๓,๕๐๐ บาท ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด
ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองอุทธรณ์ว่า ในการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๔๖ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๖
ถึงแม้ผู้ฟ้องคดีหรือญาติของผู้ฟ้องคดีจะไม่ได้เข้าประชุม แต่มีผู้นําหมู่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตําบลที่
เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมประชุมด้วย และตามหลักในการปฏิบัติราชการโดยทั่วไป เมื่อผู้นําหมู่บ้านไปประชุมร่วมกับ
หน่วยราชการระดับอําเภอและจังหวัดมาแล้ว ผู้นําหมู่บ้านและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบล จะต้องเรียก
ประชุมลูกบ้านเพื่อเล่ารายละเอียด เกี่ยวกับการขุดลอกลําห้วยพะเนียงดังกล่าวจะขุดขยายลําห้วยออกไปอีกข้าง
ละ ๓๕ เมตร จากแนวศูนย์กลางลําน้ํา รวมทั้งมีการก่อสร้างถนนกว้าง ๖ เมตร รอบลําห้วยพะเนียงเพื่อให้ความ
สะดวกแก่ราษฎรและผู้ฟ้องคดีในการขนส่งพืชไร่ และราษฎรบางรายจะได้รับผลกระทบจากการขุดลอกลําห้วย
พะเนียง โดยทางราชการไม่มีค่าชดเชยให้ ซึ่งการขยายลําห้วยพะเนียงออกไปข้างละ ๓๕ เมตร จากแนว
ศูนย์กลางลําน้ําดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีจะต้องทราบดีว่าจะต้องขุดล้ําเข้าไปในที่นาของผู้ฟ้องคดีบางส่วน แต่ผู้ฟ้องคดี
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

