Page 99 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 99
หน้ า | ๘๕
ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้ดําเนินการตามโครงการและเข้าใช้ที่ดินของผู้ฟ้องคดีเพื่อดําเนินการขุดลอกขยายลําน้ํา
พะเนียงและได้ก่อสร้างเป็นถนนเลียบลําน้ําพะเนียงรุกล้ําที่ดินของผู้ฟ้องคดีดังกล่าว จึงเป็นการจงใจทําต่อผู้ฟ้อง
คดีให้ได้รับความเสียหายแก่ทรัพย์สินได้แก่ที่ดินเนื้อที่จํานวน ๓ ไร่ ๓ งาน ๓๕ ตารางวา การกระทําของผู้ถูกฟ้อง
คดีที่ ๒ ดังกล่าว จึงเป็นการกระทําละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีตามมาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้ฟ้องคดีในฐานะผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของ
ตนได้กระทําในการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของ
เจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
ส่วนที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองอุทธรณ์อ้างว่า ได้มีการประชุมชี้แจงราษฎรที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ
จากการขุดลอกลําน้ํา และผู้ฟ้องคดีได้รับทราบว่าจะมีการขุดลอกลําน้ํารุกล้ําเข้าไปในที่นาของผู้ฟ้องคดีแล้วนั้น
เห็นว่า ข้อกล่าวอ้างของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ดังกล่าว เป็นเพียงการยกข้อกล่าวอ้างขึ้นมาลอยๆ ทั้งยังไม่ปรากฏว่ามี
พยานหลักฐานใดที่แสดงได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้รับทราบและยินยอมให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ขุดลอกขยายลําน้ําพะเนียงและ
ก่อสร้างถนนเลียบลําน้ําพะเนียงรุกล้ําที่ดินของผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด ส่วนหนังสือที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ อ้างว่าผู้ฟ้องคดี
ยินยอมให้บุกรุกและทําการขุดลอกลําน้ํารุกล้ําเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีนั้น เมื่อพิจารณาหนังสือที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่
๒ กล่าวอ้างโดยตลอดแล้ว มีความหมายแต่เพียงว่าผู้ฟ้องคดียินยอมให้ทางราชการดําเนินการขุดลอกและพัฒนา
ลําน้ําพะเนียงโดยสามารถรื้อถอน ตัดโค่นต้นไม้ หรือใช้ที่ดินว่างเปล่าของผู้ฟ้องคดีเป็นที่ทิ้งดินเพื่อการพัฒนาลําน้ํา
พะเนียงได้เท่านั้น ไม่มีข้อความตอนใดแสดงว่าผู้ฟ้องคดีได้ยินยอมให้ขุดลอกรุกล้ําที่ดินหรือยกที่ดินให้ทางราชการ
แต่ประการใด อีกทั้งไม่มีหลักฐานหรือพฤติการณ์อื่นใดที่แสดงว่าผู้ฟ้องคดียินยอมยกที่ดินดังกล่าวให้แกผู้ถูกฟ้อง
คดีที่ ๒ เพื่อใช้ในการขยายลําน้ําพะเนียงหรือทําถนนสาธารณะเลียบลําน้ําพะเนียง และแม้หนังสือยินยอมจะมี
ข้อความที่แสดงว่าผู้ฟ้องคดีจะไม่ขอเรียกร้องค่าชดเชยใดๆ อันเป็นผลมาจากการพัฒนาลําน้ําพะเนียง ก็เป็นการ
แสดงแต่เพียงว่าผู้ฟ้องคดีจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ในการเข้าไปตัดโค่นต้นไม้ รื้นถอน รวมทั้ง
การทิ้งดินบนที่ดินของผู้ฟ้องคดีเท่านั้น หรืออีกนัยหนึ่ง ข้อความดังกล่าวเป็นการแสดงเจตนาสละสิทธิ์ ไม่ขอรับ
ค่าชดเชยที่เกิดจากการที่ทางราชการดําเนินการรื้อถอน ตัดโค่นต้นไม้หรือนําดินมาทิ้งในที่ดินว่างเปล่าของผู้ฟ้อง
คดี อันเป็นผลมาจากการพัฒนาลําน้ําพะเนียงเท่านั้น มิได้มีความหมายว่าผู้ฟ้องคดีแสดงเจตนาสละสิทธิ์ไม่ขอ
เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ขุดลอกและได้ทําถนนบนที่ดินของ
ผู้ฟ้องคดีแต่ประการใดไม่ ส่วนที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองอุทธรณ์อ้างว่าที่ดินส่วนที่เหลือของผู้ฟ้องคดีได้รับประโยชน์
จากการพัฒนาลําน้ําพะเนียง และที่ดินส่วนที่ทําเป็นถนนผู้ฟ้องคดีได้รับประโยชน์ในการขนย้ายผลผลิตทางการ
เกษตรนั้น เห็นว่า การที่ผู้ฟ้องคดีได้ประโยชน์จากการพัฒนาลําน้ําพะเนียงตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีกล่าวอ้างก็ไม่
ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ จะบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินของผู้ฟ้องคดีได้ ผู้ฟ้องคดีจึงมีสิทธิเรียกร้อง
ค่าเสียหายชดเชยที่ดินที่เสียไปเพื่อการพัฒนาลําน้ําพะเนียงดังกล่าวได้
ปัญหาที่ต้องพิจารณาต่อไปมีว่า ผู้ฟ้องคดีควรได้รับค่าเสียหายเพียงใด ซึ่งตามแผนที่พิพากษาที่
สํานักงานที่ดินจังหวัดหนองบัวลําภูได้จัดทําเสนอต่อศาลปกครองชั้นต้นฟังได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้ขุดลอกขยาย
ลําน้ําพะเนียงและได้ก่อสร้างเป็นถนนเลียบลําน้ําพะเนียงรุกล้ําที่ดินของผู้ฟ้องคดี รวมเนื้อที่จํานวน ๓ ไร่ ๓ งาน
๓๕ ตารางวา โดยที่ดินของผู้ฟ้องคดีมีราคาประเมินเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

