Page 93 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 93
หน้ า | ๗๙
๓๐,๐๐๐ บาท หลังจากการขุดลอกขยายลําน้ําพะเนียง พื้นที่ที่นาที่เหลือไม่สามารถนําน้ําขึ้นมาทําการเกษตรได้
เนื่องจากตลิ่งสูงชันมาก การขุดลอกลําน้ําพะเนียงของผู้ถูกฟ้องคดีได้ขุดฝายทิ้งและทําลายระบบนิเวศน์โดยสิ้นเชิง
ทําให้การทําการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพของผู้ฟ้องคดีเป็นไปด้วยความลําบาก ผู้ฟ้องคดีจึงนําคดีมายื่นฟ้องต่อศาล
ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคําสั่ง ดังนี้
๑. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหาย ที่ดินที่หายไปจํานวน ๓ ไร่ ๆ ละ ๘๐,๐๐๐ บาท เป็นเงิน
๒๔๐,๐๐๐ บาท
๒. ให้ชดใช้ค่าขาดรายได้ที่เคยได้จากพืชยืนต้นและกอไผ่ ปีละ ๓,๐๐๐ บาท เป็นเวลา
๒๐ ปี เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท
๓. ให้ชดใช้ค่าขาดรายได้จากการขายข้าวโพด ครั่ง มะขาม ปีละ ๓๐,๐๐๐ บาท เป็นเวลา ๒๐
ปี เป็นเงิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท
๔. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีฟื้นฟูระบบนิเวศน์ รวมทั้งปลูกต้นไม้โดยใช้พันธุ์ไม้พื้นบ้าน
๕. ขอนําคดีมายื่นฟ้องต่อศาลโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
ศาลได้มีคําสั่ง ลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ อนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีดําเนินคดีโดยได้รับการยกเว้น
ค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมด
ศาลได้ตรวจพิจารณาเอกสารทั้งหมดในสํานวนคดี กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ฯลฯ ที่เกี่ยวข้อง
ประกอบแล้ว
คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย ดังนี้
ประเด็นที่หนึ่ง ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นฟ้องต่อศาลภายในระยะเวลาการฟ้องคดีหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า มาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธี
พิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ ที่ใช้บังคับในขณะที่มีเหตุแห่งการฟ้องคดีบัญญัติว่า การฟ้องคดีตามมาตรา ๙
วรรคหนึ่ง (๓) ให้ยื่นฟ้องภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี แต่ไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มี
เหตุแห่งการฟ้องคดี คดีนี้ผู้ถูกฟ้องคดีได้ขุดลอกน้ําพะเนียงและทําถนนเลียบลําน้ําพะเนียงรุกล้ําที่ดินของผู้ฟ้องคดี
มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ แต่การรุกล้ํานั้นยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงถือว่าการกระทําละเมิดอันเป็นเหตุแห่งการ
ฟ้องคดียังมีอยู่อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน การที่ผู้ฟ้องคดีมายื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๐ จึง
อยู่ภายในระยะเวลาการฟ้องคดีตามมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี
ปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒
ประเด็นที่สอง การที่ผู้ถูกฟ้องคดีดําเนินการขุดลอกลําน้ําพะเนียงและทําถนนเลียบริมฝั่งลําน้ํา
พะเนียงเป็นการกระทําละเมิดอันเกิดจากการใช้อํานาจตามกฎหมายต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ หากเป็นการกระทํา
ละเมิด ผู้ถูกฟ้องคดีจะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีหรือไม่ เพียงใด
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า มาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติว่า ผู้ใดจงใจ
หรือประมาทเลินเล่อกระทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่า ผู้นั้นทําละเมิด จําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการ
นั้น มาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

