Page 98 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 98

๘๔ | หน้ า



                           ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองแก้อุทธรณ์ว่า ก่อนการดําเนินการได้มีการประชุมผู้นําชุมชน(ผู้ใหญ่บ้าน และ

            กํานัน) องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และราษฎรผู้ที่จะมีผลกระทบ ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดคัดค้าน ประกอบกับผู้ฟ้องคดี
            ได้ลงนามในหนังสือยินยอมให้ทางราชการใช้ที่ดินเพื่อการพัฒนาแหล่งน้ํา ไม่ขอเรียกร้องเพื่อขอรับค่าชดเชยใด ๆ

            อันเป็นผลมาจากการพัฒนาดังกล่าว การดําเนินการของผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่เป็นการกระทําละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีแต่

            อย่างใดและเมื่อผู้ฟ้องคดีได้ลงนามในหนังสือยินยอมว่า “ไม่ขอเรียกร้องเพื่อขอรับค่าชดเชยใด ๆ” จึงเป็นการยก
            ที่ดินให้แก่ทางราชการให้เป็นสาธารณประโยชน์ ตามนัยคําพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๐๕/๒๕๒๗ ขอศาลปกครองสูงสุด

            พิพากษากลับเป็นคําฟ้องของผู้ฟ้องคดีเสีย
                           ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๔๒๖๘

            เลขที่ดิน ๑๗๗ ตําบลหนองบัว อําเภอเมืองหนองบัวลําภู จังหวัดหนองบัวลําภู เนื้อที่ประมาณ ๕ ไร่ ๑ งาน ๑๓
            ตารางวา ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนงานและโครงการพัฒนาลุ่มน้ําลําพะเนียง จังหวัดหนองบัวลําภู

            โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้มอบหมายให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑

            รับผิดชอบดําเนินงาน และมอบอํานาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลําภูทําสัญญาจ้างก่อสร้างตามโครงการ
            ดังกล่าว รวมทั้งกํากับดูแลการดําเนินโครงการดังกล่าวด้วย ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลําภู ได้แต่งตั้ง

            คณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาลุ่มน้ําพะเนียงขึ้น เพื่อทําหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบการจ้างเหมา

            ก่อสร้างงาน และกํากับดูแลการดําเนินโครงการ โดยการดําเนินงานโครงการขุดลอกและพัฒนาลุ่มน้ําพะเนียง ได้
            แบ่งออกเป็น ๒ ช่วง สําหรับที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๔๒๖๘ ตั้งอยู่ในโครงการพัฒนาลุ่มน้ําลํา

            พะเนียง ช่วงที่ ๒/๑ จากการดําเนินงานก่อสร้างดังกล่าวได้มีการรุกล้ําที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามโฉนดที่ดินเลขที่
            ๒๔๒๖๘ บางส่วนผู้ฟ้องคดีจึงนําคดีมาฟ้องต่อศาล เพื่อเรียกร้องให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองรับผิดชดใช้ค่าสินไหม

            ทดแทนเพื่อความเสียหายที่ต้องเสียที่ดินไป เป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดี
            ที่ ๒ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดี เป็นเงินจํานวน ๑๕๓,๕๐๐ บาท  ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ศาลมี

            คําพิพากษาถึงที่สุด ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองและผู้ฟ้องคดีไม่เห็นด้วยกับคําพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น จึงอุทธรณ์

            คําพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุด
                           คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามคําอุทธรณ์ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองมีสิทธิโดยชอบที่จะขุด

            ลอกขยายลําพะเนียงและทําถนนคันดินเลียบริมฝั่งลําพะเนียงรุกล้ําเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีหรือไม่ และ

            ค่าเสียหายของผู้ฟ้องคดีมีเพียงใด
                           พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โครงการขุดลอกและพัฒนาลําน้ําพะเนียงและการสร้างถนนเลียบลําน้ํา

            พะเนียงมีผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลําภูเป็นผู้ได้รับมอบอํานาจจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ โดยมีอํานาจหน้าที่ตาม
            กฎหมายในการดําเนินงานตามโครงการดังกล่าว ซึ่งการขุดลอกขยายความกว้างของลําน้ําพะเนียงพร้อมทั้ง

            ก่อสร้างคันดินเป็นถนนเลียบตลอดแนวสองฝั่งลําน้ําพะเนียงนั้น ข้อเท็จจริงรับกันว่า ได้มีการรุกล้ําเข้ามาในที่ดิน
            ของผู้ฟ้องคดีเป็นจํานวนทั้งสิ้น ๓ ไร่ ๓ งาน ๓๕ ตารางวา โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ไม่มีอํานาจที่จะบุกรุกยึดถือ

            ครอบครองที่ดินของผู้ฟ้องคดีได้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากผู้ฟ้องคดีที่ ๒ ไม่ได้ดําเนินการเวนคืนที่ดินของผู้

            ฟ้องคดีตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ หรือได้มีการตกลงซื้อขายที่ดินของผู้ฟ้องคดีดังกล่าว และ
            ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะขุดลอกเอาที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยวิธีอื่นๆ ฉะนั้น การ




                      รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   93   94   95   96   97   98   99   100   101   102   103