Page 95 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 95
หน้ า | ๘๑
ข้อความใดที่แสดงว่าผู้ฟ้องคดีให้ความยินยอมหรือแสดงเจตนาอุทิศที่ดินให้ผู้ถูกฟ้องคดีเพื่อขุดลอกเป็นลําน้ํา
พะเนียงโดยชัดแจ้ง จึงต้องถือว่าผู้ฟ้องคดีไม่ให้ความยินยอม ข้อโต้แย้งของผู้ถูกฟ้องคดีจึงฟังไม่ขึ้น ดังนั้นเมื่อไม่
ปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีได้ให้ความยินยอมหรือแสดงเจตนาอุทิศที่ดินให้ผู้ถูกฟ้องคดีเพื่อขุดลอกขยายเป็นลําน้ําพะเนียง
โดยชัดแจ้ง จึงต้องถือว่าผู้ฟ้องคดีไม่ให้ความยินยอม สิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีย่อมได้รับความคุ้มครองตาม
รัฐธรรมนูญดังกล่าว การที่ผู้ถูกฟ้องคดีขุดลอกลําน้ําพะเนียงรุกล้ําที่ดินของผู้ฟ้องคดี จึงเป็นการจงใจหรือประมาท
เลินเล่อกระทําต่อผู้ฟ้องคดีโดยผิดกฎหมาย ทําให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายแก่ทรัพย์สิน และการกระทําดังกล่าว
เป็นการกระทําตามอํานาจหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้ถูกฟ้องคดีจึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดี และผู้
ฟ้องคดีมีสิทธิฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีโดยตรง ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่
เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทําในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประกอบ
มาตรา ๕ วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙ มาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทาน
หลวง (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๓๐ และข้อ ๑(๑) ของกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๕
คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่า ผู้ถูกฟ้องคดีต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดี
เพียงใด เห็นว่า มาตรา ๔๓๘ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติว่า ค่าสินไหมทดแทนจะใช้
โดยสถานใด เพียงใด นั้น ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด วรรคสองบัญญัติว่า
อนึ่ง ค่าสินไหมทดแทนนั้น ได้แก่ การคืนทรัพย์สินอันผู้เสียหายต้องเสียไปเพราะละเมิดหรือใช้ราคาทรัพย์สินนั้น
รวมทั้งค่าเสียหายอันจะพึงบังคับให้ใช้เพื่อความเสียหายใดๆ อันได้ก่อขึ้นนั้นด้วย ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามแผนที่
พิพาทที่สํานักงานที่ดินจังหวัดหนองบัวลําภูยื่นต่อศาลว่า ที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๓๓๘๙ ถูกทํา
เป็นถนนเลียบลําน้ําพะเนียง เนื้อที่ ๒๒ ตารางวา และโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๓๓๙๐ ถูกขุดลอกเป็นลําน้ําพะเนียง เนื้อ
ที่ ๑ ไร่ ๖๖ ตารางวา และถูกทําเป็นถนนเลียบลําน้ําพะเนียง เนื้อที่ ๑ ไร่ ๓๕ ตารางวา รวมที่ดินที่ได้รับความ
เสียหาย เนื้อที่ ๒ ไร่ ๑ งาน ๑ ตารางวา หรือจํานวน ๙๐๑ ตารางวา และที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองแปลง อยู่ที่
ตําบลบ้านขาม อําเภอเมืองหนองบัวลําภู จังหวัดหนองบัวลําภู มีราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรมระหว่าง ปี พ.ศ.๒๕๔๗ ถึง พ.ศ.๒๕๕๐ ตารางวาละ ๑๐๐ บาท เมื่อไม่ปรากฏว่าในช่วงเวลาดังกล่าว
มีการซื้อขายที่ดินบริเวณใกล้เคียงที่จะถือว่าราคาซื้อขายดังกล่าวเป็นราคาซื้อขายปกติในท้องตลาดมาเปรียบเทียบ
จึงต้องถือว่าราคาประเมินฯของกรมที่ดินเป็นราคาที่เหมาะสมถูกต้องเป็นธรรม คิดค่าเสียหายให้ผู้ฟ้องคดีตามราคา
ประเมินฯ ของกรมที่ดินตารางวาละ ๑๐๐ บาท ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๓๓๘๙ ถูกรุกล้ําเนื้อที่ ๒๒ ตารางวา
เป็นเงินค่าเสียหายจํานวน ๒,๒๐๐ บาท และที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๓๓๙๐ ถูกรุกล้ําเนื้อที่ ๙๐๑ ตารางวา
เป็นเงินค่าเสียหายจํานวน ๙๐,๑๐๐ บาท รวมเป็นเงินค่าเสียหายที่ผู้ถูกฟ้องคดีต้องจ่ายให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสิ้น
๙๒,๓๐๐ บาท
ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีเรียกร้องให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าขาดรายได้ที่เคยได้จากพืชยืนต้นและกอไผ่ปีละ
๓,๐๐๐ บาททท เป็นเวลา ๒๐ ปี เป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท และค่าขาดรายได้จากการขายข้าวโพด ครั่ง มะขาม ปีละ
๓๐,๐๐๐ บาท เป็นเวลา ๒๐ ปี เป็นเงิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท นั้น เห็นว่าค่าเสียหายที่ผู้ฟ้องคดีเรียกร้องดังกล่าวเป็น
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

