Page 42 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 42

๒๘ | หน้ า


            ขัดแย้งประเภทนี้มักมีจะมีสาเหตุมาจากระบบการกระจายการบริโภคทรัพยากรน้ําจากต้นน้ํา–  ปลายน้ํา เช่น

            แม่น้ํา คลอง ระบบชลประทาน (รวมทั้งระบบท่อ) เป็นต้น โดยที่กลุ่มผู้ใช้น้ําต้นน้ํามักจะถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุ
            ของปัญหา เช่น ปริมาณการใช้ที่เกินความจําเป็น ความไม่เป็นธรรมในการปันส่วนการใช้สําหรับผู้ที่จําต้องอาศัย

            ทรัพยากรน้ําที่ปลายน้ํา ตัวอย่างเช่น ระบบการส่งน้ําขนาดใหญ่เพื่อการเกษตรที่ต้องอาศัยปริมาณน้ํามากในการ
            ดําเนินการ กรณีศึกษาที่ดูเหมือนจะเป็นตัวอย่าง เช่น ประเทศเยเมน(Yemen)  ประชาชนที่อาศัยอยู่ต้นน้ํา

            ต้องการน้ําปริมาณมากเพื่อการเพาะปลูกกล้วย  ก็จะถูกกล่าวหาว่าใช้น้ํามากเกินความจําเป็นสําหรับกลุ่มผู้ใช้น้ํา
            ปลายน้ําอื่นๆ อย่างไม่เป็นธรรม หรืออาจเกิดจากการคิดค่าบริการราคาเดียวใช้น้ําจากลุ่มน้ําเดียวกันแต่ผลผลิตที่

            ได้ต่างกัน กลุ่มที่สามารถทําผลผลิตที่น้อยกว่าหรือกลไลทางการตลาดทําให้สามารถทํากําไรได้น้อยกว่าก็จะอ้างว่า

            ไม่เป็นธรรมสําหรับกลุ่มของเขา

                        การแก้ปัญหาความขัดแย้งในเรื่องดังกล่าวนี้มักมีความยุ่งยาก ด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ๑)   การ

            แก้ปัญหาทางเทคนิค  ในการป้องกันกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งใช้ปริมาณมากเกินความต้องการ ซึ่งยังไม่สามารถบริหาร
            จัดการได้อย่างเหมาะสมจากหน่วยงานที่กํากับควบคุมอยู่ ๒)  ราคาที่ดิน ผลผลิต ที่ได้จากกลุ่มผู้บริโภคน้ําทางต้น

            น้ํามักจะสูงกว่าผู้ที่อาศัยอยู่ปลายน้ํา ด้งนั้นสภาพทางเศรษฐกิจฐานะทางสังคมของผู้อาศัยต้นน้ํามักจะดีกว่าผู้ที่

            อาศัยอยู่ที่ปลายน้ํา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งความเป็นจริงอาจไม่ได้เกิดจากเรื่องปริมาณการใช้อย่างเดียว
            แต่จะเป็นประเด็นในเรื่องของความเป็นธรรม ความรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบในการบริหารจัดการโดยภาพรวมของ

            หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓) ผลที่ผู้อาศัยต้นน้ํามีสถานภาพทางการเงิน มาตรฐานการใช้ชีวิตที่ดีกว่าผู้ที่อาศัยปลายน้ํา
            มักจะมีศักยภาพในการเอาประโยชน์เพิ่ม จากการนําน้ํามาใช้นอกเหนือจากธุรกรรมที่ตนเองทําอยู่ซึ่งเช่นผันน้ําไป

            เพื่อกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ เช่น การจัดทําที่พักผ่อนตากอากาศ สนามกอล์ฟ หรืออื่นๆเป็นต้น

                        ๔.๒   น้ําผิวดิน – น้ําบาดาล (Surface vs. Ground Water)

                             ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับน้ําผิวดินและน้ําบาดาล ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับอย่างแยกไม่ออก

            บริเวณที่มีศักยภาพในการใช้น้ําผิวดิน เช่น กิจกรรมการเกษตรที่พึ่งปริมาณน้ําฝนหรือไม่ก็ทางผ่านของแหล่งน้ําที่

            กักเก็บน้ําฝน จะทําให้ปัญหาความขัดแย้งในเรื่องการแย่งใช้น้ําบาดาลมีน้อยกว่าบริเวณที่ไม่มีศักยภาพ แต่อย่างไร
            ก็ตาม ความขัดแย้งมักเป็นเรื่องของการบริหารจัดการระบบชลประทานที่ไม่มีความชัดเจน ขาดการวางแผนแบบ

            ‘มุมมองที่เป็นองค์รวม’  ให้สอดคล้องกับพื้นที่จะทําการพัฒนา ขาดความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในการ

            บริหารงานในเรื่องดังกล่าว

                        ๔.๓   การขัดแย้งจากแหล่งน้ําบาดาล (Competition between Groundwater Wells)

                             ความขัดแย้งอีกประเภทที่มักพบเห็นบ่อยในหลายประเทศคือ การแย่งใช้ทรัพยากรน้ําใต้ดิน

            เช่น ตัวอย่างเช่นแหล่งกําเนิดตาน้ําที่สําคัญ แหล่งน้ําบาดาล ปัญหาความขัดแย้งมักเป็นเรื่องการบริหารจัดการและ

            การคํานวณทางเทคนิคในเรื่องปริมาณการใช้ โดยทั่วไปแล้วแต่ละประเทศจะมีลักษณะของปริมาณน้ําบาดาลที่
            ต่างกันออกไป การกําหนดระยะห่างของการขุดเจาะ เพื่อนําน้ํามาใช้จะมีการกําหนดไว้ที่ระยะห่างและปริมาณที่

            เหมาะสมเพื่อให้สามารถใช้น้ําได้ในระยะยาว แต่อย่างไรก็ตามมักไม่เป็นไปตามที่คิดคํานวณไว้ อย่างเช่นประเทศ
            เยเมน มีการกําหนดระยะห่างของการเจาะแหล่งน้ําบาดาลไว้ที่ ๕๐๐ เมตร แต่ก็ไม่สามารถควบคุมบริหารจัดการ



                    รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47