Page 45 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 45
หน้ า | ๓๑
ขั้นพื้นฐานในเขตชนบทจะมีค่าสูงกว่าประชาชนในเมือง อีกทั้งการบริโภคต่อหัวของประชากรในชนบทจะมีค่าสูง
กว่าในประชากรในเขตเมืองหลัก ซึ่งประชากรชนบทเห็นว่าไม่เป็นธรรมในการบริหารจัดการ
กลไกในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง (Conflict resolution mechanisms)
กลไกและแนวทางการบริหารจัดการปัญหาความขัดแย้งทางทรัพยากรน้ําสามาถแบ่งออกได้หลาย
ระดับเช่น
¾ ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ทรัพยากรน้ํา: ประเภทของความขัดแย้งนี้ส่วนใหญ่มักจะ
เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ทรัพยากรน้ําโดยตรง หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ค่อยมีบทบาทในการแก้ปัญหา อย่างเช่นในเขต
ชนบทของแต่ละประเทศการแก้ปัญหามักเป็นเรื่องของกลุ่มชนกันเอง โดยมีผู้นําชุมชนเป็นตัวหลักในการ
แก้ปัญหา ซึ่งดูเหมือนว่าจะดีกว่าการนําเอาตัวกฏข้อบังคับทางกฏหมายหรือจากหน่วยงานเข้ามาแก้ปัญหา
¾ ความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบ: ประเภทของความขัดแย้งนี้มักจะผ่าน
กระบวนการทางกฏหมายหรือคณะกรรมการที่ตั้งมารับผิดชอบเฉพาะในการแก้ปัญหา แต่ส่วนใหญ่แล้วมักไม่ค่อย
ประสบความสําเร็จด้วยด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่เข้าใจปัญหาหรือไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุอีกทั้งกระบวนการดําเนินการที่
ล่าช้าในการแก้ปัญหา
การมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ปัญหาความขัดแย้ง
บ่อยครั้งที่การบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มความขัดแย้ง
มักจะได้ผลและมีประสิทธิภาพที่ดําเนินการกันเอง มีการศึกษาจากหลายหน่วยงานและหลายประเทศอ้างว่า
กระบวนการมีส่วนร่วมนั้นไม่จําต้องมีรูปแบบที่แน่นอน ขึ้นกับปัจจัยหรือองค์ประกอบจากระดับของความขัดแย้ง
และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทางทรัพยากรน้ํา โดยให้กลุ่มผู้มีส่วนได้-เสีย เป็นกลไกหลักในการกําหนดบทบาท ความ
รับผิดชอบในการจัดสรรทรัพยากรกันเอง และสามารถใช้กระบวนการมีส่วนร่วมได้มีประสิทธิภาพ โดยที่ทางกลุ่ม
สามารถกําหนด/คัดเลือกสมาชิกที่มีความน่าเชื่อถือ รับผิดชอบต่อกลุ่ม สังคม ได้ดีเหมาะสมต่อปัญหาที่เกิดขึ้น
ต่อท้องที่ของตนเอง มีความโปร่งใสในการแก้ปัญหา แนวทางธรรมเนียมปฏิบัติ กระบวนการทางสังคมสามารถ
แก้ปัญหาได้ดีกว่ากระบวนการทางกฎหมายที่ไม่เข้าใจบริบทของสังคมหรือปัญหาที่แท้จริง
ข้อจํากัดในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง
ในหลายประเทศข้อจํากัดในการบริหารจัดการหรือการแก้ปัญหาความขัดแย้งมักจะเกิดจากกลไกที่
กําหนดขึ้นมากันเอง อย่างเช่นการกําหนดข้อบังคับ กฏหมาย หรือกลไกทางการตลาดที่เกี่ยวข้องปริมาณและราคา
ของทรัพยากรน้ํา บางครั้งการแก้ปัญหาด้วยวิธีการดังกล่าวอาจแก้ปัญหาได้แต่ก็เพียงระยะสั้น หรืออาจเป็นการ
เพิ่มความขัดแย้งในระยะยาวได้ อาจด้วยเพราะมีปัจจัยดังต่อไปนี้
การบริหารจัดการระบบชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ความขัดแย้งจากการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่แล้ว
ต้องมีการกําหนดเวลาปิด-เปิด ประตูเขื่อนเพื่อระบายน้ําให้กับภาคการเกษตรหรือการสร้างพลังงานไฟฟ้า ความ
ขัดแย้งมักจะเป็นเรื่องของปริมาณน้ําที่ต้องการของแต่ละภาคส่วน ระยะเวลาที่ไม่สอดคล้องกันระหว่างกลุ่มที่ต้อง
ใช้ทรัพยากรน้ํา
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

