Page 40 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 40

๒๖ | หน้ า


            มีการตัดสินใจในการกําหนดค่าใช้จ่ายน้ํามากกว่าปริมาณที่กําหนดจากภาครัฐ การดําเนินการดังกล่าวไม่ได้

            แก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างภาครัฐกับเกษตรกรอย่างแท้จริงอันเนื่องจากว่า

                          ๑.) กลุ่มเกษตรกรต้องรับภาระในการบริหารจัดการการผันน้ําเข้าพื้นที่การเกษตรของตนเอง

                          ๒.) ระบบชลประทานหรือการผันน้ําเข้าสู่แปลงการเกษตร เป็นเรื่องของแต่ละกลุ่มที่จะบริหาร
              จัดการกันเองจากแหล่งน้ําธรรมชาติ ทําให้มีการแย่งใช้น้ํากันอย่างกว้างขวางตามแต่กําลังการลงทุนของแต่ละ

              พื้นที่การเกษตร โดยไม่สนใจราคาที่ต้องจ่ายมากขึ้น เช่น การกักเก็บน้ํามากเกินความจําเป็นของกลุ่มเกษตรกร
              ต้นน้ํา

                          ๓.) ทําให้เกิดปัญหาเรื่องปริมาณน้ํากับกลุ่มเกษตรกรปลายน้ํา
                          ๔.) การสนับสนุนราคาน้ําในภาคธุรกิจอื่น จากภาครัฐเป็นตัวส่งเสริมให้มีการติดตั้งระบบการผัน

              น้ําเกินความจําเป็น หรือการกักเก็บเพื่อจําหน่ายต่อให้กับภาคส่วนอื่นหรือการใช้น้ําที่ผิดประเภทและไม่เกี่ยวข้อง

              กับการเกษตรที่ได้ราคามากกว่าต้นทุนของตนเอง (Hartveld & Madbouli, ๒๐๐๔)

                           ตัวอย่างเช่น ประเทศเยเมน (Yeman)  ระบบการบริหารจัดการเป็นตัวเร่งให้กลุ่มเกษตรกรต้อง

            ลงทุนในการติดตั้งระบบสูบน้ําใต้ดินขึ้นมาใช้ในอย่างมาก และส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในท้ายที่สุด หรือการ
            สนับสนุนให้ระบบการตลาดเพื่อเพิ่มผลผลิตส้ม และ Pomegranates ของกลุ่มพื้นที่ Sa’ada ในช่วงยี่สิบปี่ที่ผ่าน

            มาด้วยวิธีการสนับสนุนเงินอุดหนุนของภารรัฐทําให้มีการนําน้ําใต้ดินมาใช้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว เป็นเหตุให้
            ปัจจุบันมีการขาดแคลนน้ําในพื้นที่ดังกล่าวอย่างรุนแรง หรือการเร่งส่งเสริมระบบการเกษตร การตลาดที่ผิดพลาด

            จากหลายประเทศอย่างเช่นประเทศไทย ภาคการเกษตรที่ทําลายพื้นที่ชุ่มน้ําและความหลากหลายทางธรรมชาติ

            เช่นการตัดทําลายพื้นที่ป่าโกงกางเพื่อพื้นที่ทางการเกษตร หรือนากุ้ง (Bazza, ๑๙๙๙) รวมทั้งการสร้างเขื่อนเพื่อ
            การกักเก็บน้ําอย่างไม่เหมาะสมทําให้เกิดปัญหาเรื่องความขัดแย้งที่มาจาก แร่ธาตุหรือสารอาหารตกค้างในบาง

            พื้นที่ และความต้องการใช้น้ําของพื้นที่ต้นน้ํามีความขัดแย้งกับพื้นที่ปลายน้ําที่อาศัยน้ําในกิจกรรมการเกษตร การ
            เพาะเลี้ยงพันธ์พืช ที่แตกต่างกันของพื้นที่ต้นน้ํา ปลายน้ํา


                           ในประเทศไซปรัส มีความขัดแย้งและแย่งน้ําระหว่างชุมชนต้นน้ําและท้ายน้ํา จึงได้จัดให้มีเวที
            หารือร่วมกันระหว่างตัวแทนชุมชนและหน่วยงานผู้กําหนดนโยบายการจัดสรรน้ํา โดยใช้แบบจําลองทาง

            คอมพิวเตอร์แสดงข้อมูลให้เห็นถึงสถานการณ์การขาดแคลนน้ํา การหารือได้นําไปสู่ความเข้าใจในสถานการณ์

            ความขาดแคลนน้ํา และร่วมมือกันหาทางออกในการที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว (Zikos, ๒๐๐๙)

                        ๓.๑๑ การขาดการมีส่วนร่วมการบริหารจัดการ (Inadequate Water Users Participation)

                             บ่อยครั้งที่ความขัดแย้ง มีสาเหตุมาจากการขาดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการของผู้มี

            ส่วนได้เสียในการบริโภคทรัพยากรน้ําที่ต้องอาศัยน้ําจากแหล่งทรัพยากรน้ําเดียวกัน การจัดการของภาครัฐมักจะ

            ปฎิเสธการมีส่วนร่วมของชุมชน หรือไม่พิจารณาให้ชาวบ้านเป็นผู้เกี่ยวข้อง หรือก็เป็นการบริหารจัดการแบบมีส่วน
            ร่วมที่ทําไปเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  ปัญหาที่ไม่สําคัญต่อชุมชนอย่างแท้จริง บางกรณีปัญหาความขัดแย้งอาจมี

            สาเหตุมาจากกรณีที่ภาครัฐอาจรับผิดชอบเฉพาะการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ เช่น การสร้างระบบ
            ชลประทาน เขื่อน และคิดว่าการบริการจัดการโครงการขนาดเล็ก ไม่จําต้องอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมทําให้เกิด



                    รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   35   36   37   38   39   40   41   42   43   44   45