Page 47 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 47
หน้ า | ๓๓
สามารถลดความข้ดแย้งอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลได้ดีกว่ากระบวนการทางกฏข้อบังคับหรือทางการ
กฏหมาย
ควรต้องมีการพัฒนาองค์ความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฏข้อบังคับ กฏหมายอย่างต่อเนื่องให้
สอดคล้องกับระดับการพัฒนาในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งระบบการดําเนินการทางกฏหมายควรต้องปราศจาก
ผลประโยชน์ของกลุ่มนักการเมือง กลุ่มผู้มีส่วนได้-เสียจากการจัดสรรทรัพยากรน้ํา
การกําหนดปริมาณหรือราคาการใช้ทรัพยากร อาจไม่จําเป็นในบางพื้นที่หรือบางชุมชนแม้ว่าจะอยู่
ในประเทศเดียวกันอันเนื่องจากความไม่เป็นธรรม เช่น บางพื้นที่ชุมชนอาจเป็นผู้รักษาทรัพยากรต้นน้ํา หรือการ
กําหนดปริมาณ ราคาให้กับบางกลุ่มพื้นที่ที่มีศักยภาพในการสร้างเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ที่มีความแตกต่างจาก
กลุ่มพื้นที่อื่น
การสร้าง ส่งเสริม ความรู้ ความเข้าใจและวิธีคิดในการบริการจัดการทรัพยากรน้ําทั้งชุมชน เอกชน
และภาครัฐ และการสร้างศักยภาพในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่มีประสิทธิภาพ
ปัญหาเรื่องความขัดแย้งอาจเป็นเรื่องของนโยบายการบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสม มักเป็นเรื่องของ
การกําหนดแนวทางการบริหารที่ไม่สอดคล้องกับการพัฒนา หรือไม่ก็ การนําแผนไปปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม การขาด
แคลนในเรื่องของเงินทุนการบริหารจัดการเพื่อชุมชนโดยรวมโดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องอาศัยน้ําในปริมาณมาก
เช่น โครงการชลประทานหรือระบบบริหารจัดการน้ําเพื่อภาคการเกษตร การผูกขาดการบริหารจัดการแหล่งต้นน้ํา
ของผู้มีส่วนได้ส่วยเสีย การกําหนดปริมาณและราคาในการใช้ทรัพยากรน้ํากับเฉพาะภาคส่วนที่ไม่สอดคล้องกับ
ความเป็นจริงของการเข้าถึงทรัพยากรน้ําและสภาพเศรษฐกิจ สังคมที่แตกต่างกัน อีกทั้งอาจเป็นเรื่องของการ
กําหนดโครงสร้างของการบริหารจัดการขาดการบูรณาการหรือความซับซ้อนในการบริหารจัดการ การบริหาร
จัดการโดยส่วนกลางซึ่งเป็นผู้กําหนดนโยบายการบริหารจัดการน้ําแต่ผู้เดียว
ปัญหาเรื่องความขัดแย้งในการบริหารจัดการน้ํา อาจมีสาเหตุมาจากการบริโภคน้ําซึ่งมีลุ่มน้ําร่วมกัน
ระหว่างชุมชน หรือ ประเทศเพื่อนบ้าน การแย่งชิงทรัพยากรน้ําระหว่างภาคส่วนในการใช้น้ําขณะเดียวกันความ
ขัดแย้งอาจเป็นเรื่องของหน่วยงานต่างๆ เช่น สาธารณะกับสาธารณะ เอกชนกับเอกชน หรือ ระหว่างกลุ่มภาคส่วน
การใช้น้ํากับภาครัฐหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือระหว่างหน่วยงานรับผิดชอบกับกลุ่มเอกชน
ความขัดแย้งอาจเป็นเรื่องที่ขึ้นกับขอบเขตทางภูมิศาสตร์ที่มีการใช้น้ําร่วมกัน ความขัดแย้งที่เกิด
บริเวณที่มีปริมาณน้ํามากอาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมหรือนโยบายการพัฒนาที่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เช่นการ
ก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ หรือ ผลกระทบจากมลภาวะต่อแหล่งต้นน้ําหรือผู้ใช้ทรัพยากรปลายน้ํา ในขณะที่พื้นที่ที่มี
ความแห้งแล้งหรือแหล่งทรัพยากรต้นน้ําน้อย ความขัดแย้งมักเป็นเรื่องของการปริมาณน้ําที่ไม่เพียงพอ หรือการ
แย่งใช้น้ําและอาจเกี่ยวข้องกับการวางนโยบายในการพัฒนาที่ไม่สอดคล้องกับพื้นที่ วัฒนธรรมชุมชน เศรษฐกิจ
สังคม
ในขณะที่ความขัดแย้งดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่พบบ่อยที่สุดก็คือ ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องการที่ต้องใช้
น้ําร่วมกันระหว่างผู้ใช้ต้นน้ําและปลายน้ํา โดยที่ผู้บริโภคต้นน้ํามันจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ใช้น้ําเกินความจําเป็นและ
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

