Page 350 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 350
๒๑๔ | - ผ
ทดแทนของที่ดินหน่วยที่ ๑ ด้วยหรือไม่ เพราะหากเพิ่มแล้วทําให้ผู้ฟ้องคดีได้รับค่าทดแทนสูงกว่าค่าทดแทนของที่ดิน
หน่วยที่ ๑ ซึ่งเป็นที่ดินที่อยู่ติดถนนสายหลัก ก็จะไม่เป็นธรรมต่อสังคม จึงเห็นควรกําหนดค่าทดแทนเพิ่มให้ผู้ฟ้องคดี
เพียงตารางวาละ ๑๕๐ บาท ก็พอแล้ว ซึ่งทําให้ผู้ฟ้องคดีได้รับค่าทดแทนที่ดินเป็นตารางวาละ ๖๕๐ บาท ซึ่งเป็นราคาที่
ไม่สูงกว่าที่ดินในหน่วยที่ ๑ เมื่อที่ดินของผู้ฟ้องคดีอยู่ในเขตเวนคืน ๑ งาน ผู้ฟ้องคดีจึงมีสิทธิ์ได้รับค่าทดแทนที่ดินจํานวน
๖๕,๐๐๐ บาท แต่ผู้ฟ้องคดีได้รับค่าทดแทนไปแล้วจํานวน ๕๐,๐๐๐ บาท ผู้ฟ้องคดีจึงมีสิทธิ์ได้รับค่าทดแทนเพิ่มอีก
จํานวน ๑๕,๐๐๐ บาท
กรณีที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ที่ดินของผู้ฟ้องคดีมีราคาซื้อขายในท้องตลาดไร่ละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท นั้น เห็นว่า ผู้ฟ้อง
คดีกล่าวอ้างมาลอย ๆ โดยไม่มีพยานหลักฐานใดสนับสนุนข้ออ้างของผู้ฟ้องคดี จึงไม่มีน้ําหนักพอที่จะรับฟังได้ และที่ผู้
ฟ้องคดีอ้างว่าสภาพทําเลที่ตั้งที่ดินของผู้ฟ้องคดีดีกว่าที่ดินของ นางสาวชลิต ดวงมุสิก แต่ได้รับค่าทดแทนที่ดินน้อยกว่า
ของ นางสาวชลิต ดวงมุสิก นั้น เห็นว่า ตามคําชี้แจงของผู้ถูกฟ้องคดีปรากฏข้อเท็จจริงว่า ที่ดินของ นางสาวชลิต
ดวงมุสิก ตั้งอยู่ติดถนนสาธารณประโยชน์ที่แยกจากถนนสายบ้านหัวทุ่ง – สี่แยกบ้านหิน ถูกเวนคืนเนื้อที่ ๒ ไร่ ๖๖
ตารางวา ผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดค่าทดแทนให้ไร่ละ ๑๒๐,๐๐๐ บาท หรือตารางวาละ ๓๐๐ บาท ส่วนที่ดินของผู้ฟ้องคดี
ตั้งอยู่ติดถนนสายบ้านหัวทุ่ง – สี่แยกบ้านหิน ผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดค่าทดแทนให้ไร่ละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท หรือตารางวาละ
๕๐๐ บาท จากข้อเท็จจริงดังกล่าวเห็นได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีมิได้กําหนดค่าทดแทนที่ดินให้ผู้ฟ้องคดีในราคาที่ต่ํากว่าที่ดินของ
นางสาวชลิต ดวงมุสิก ตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้าง แต่เหตุที่นางสาวชลิต ดวงมุสิก ได้รับค่าทดแทนที่ดินมากกว่าผู้ฟ้อง
คดี ก็เพราะที่ดินของ นางสาวชลิต ดวงมุสิก มีจํานวนเนื้อที่ถูกเวนคืนมากกว่าที่ดินของผู้ฟ้องคดี ฉะนั้น การที่ผู้ฟ้อง
คดีอ้างว่าที่ดินของผู้ฟ้องคดีมีสภาพทําเลที่ตั้งดีกว่าที่ดินของ นางสาวชลิต แต่ได้รับค่าทดแทนน้อยกว่าจึงไม่อาจรับฟังได้
กรณีค่าทดแทนต้นไม้ กรณีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นนําบัญชีรายละเอียดค่า
ทดแทนต้นไม้ และไม้ผลที่ถูกเขตชลประทานโครงการฝายคลองท่าทน ซึ่งเป็นบัญชีที่คณะกรรมการจัดซื้อ และ
กําหนดค่าทดแทนทรัพย์สิน เพื่อการชลประทานพิจารณากําหนดไว้แล้ว เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๒ และวันที่ ๓
พฤษภาคม ๒๕๔๔ มาใช้ในการกําหนดค่าทดแทนต้นไม้ จํานวน ๖ รายการ ให้กับผู้ฟ้องคดี ดังนี้ ๑. เงาะโรงเรียน
ขนาดใหญ่ ๒ ต้น ๆ ละ ๒,๐๐๐ บาท ๒. ชะอม ขนาดใหญ่ ๑๒ ต้น ๆ ละ ๕๐ บาท ๓. ขนุนพันธุ์ดี ขนาดใหญ่ ๒ ต้น ๆ
ละ ๑,๑๐๐ บาท ๔. กล้วย ขนาดใหญ่ ๖ กอ ๆ ละ ๒๐๐ บาท ๕. ส้มโอ ขนาดกลาง ๑ ต้น ๆ ละ ๑,๕๐๐ บาท และ
๖. หมาก ขนาดกลาง ๕ ต้น ๆ ละ ๒๐๐ บาท ผู้ฟ้องคดีจึงได้รับเงินค่าทดแทนต้นไม้รวมทั้งสิ้นจํานวน ๑๐,๕๐๐ บาท
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวเห็นได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีนําบัญชีรายละเอียดค่าทดแทนต้นไม้และไม้ผลที่ถูกเขตชลประทานโครงการ
ฝายคลองท่าทน ซึ่งเป็นบัญชีที่คณะกรรมการจัดซื้อและกําหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทานพิจารณากําหนด
ไว้ เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๒ และวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๔ มากําหนดค่าทดแทนต้นไม้ให้กับผู้ฟ้องคดีในการเวนคืน
ครั้งนี้ แต่เมื่อบัญชีดังกล่าว ได้จัดทําไว้ก่อนที่คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นจะกําหนดค่าทดแทนถึงสามปี
ประกอบกับผู้ถูกฟ้องคดีได้ให้การถึงหลักเกณฑ์การกําหนดค่าทดแทนต้นไม้ว่า ใช้หลักวิชาการของกรมวิชาการเกษตร ซึ่ง
หลักวิชาการที่กรมวิชาการเกษตรใช้ในการคํานวณค่าทดแทนต้นไม้ ตามคําชี้แจงของเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราชก็คือ
การนําข้อมูล ค่าพันธุ์ไม้ ค่าปลูก ค่าปุ๋ย ค่าดูแลรักษา ตลอดทั้งค่าเสียโอกาสมาใช้ในการคํานวณ ซึ่งข้อมูลที่นํามาคํานวณ
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

