Page 346 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 346
๒๑๐ | - ผ
ต้นไม้ ซึ่งสร้างและปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าว ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีมีแผนงานก่อสร้าง ระบบคลองส่งน้ํา และระบบระบายน้ํา
ตามโครงการฝายคลองท่าทน เพื่อประโยชน์ในการส่งน้ําให้กับพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อการอุปโภคบริโภคและการบรรเทา
อุทกภัย โดยในระยะเริ่มโครงการผู้ถูกฟ้องคดีได้ดําเนินการจ่ายเงินค่าทดแทนทรัพย์สินให้กับเจ้าของที่ดินโดยวิธีเจรจา
ปรองดองตกลงซื้อขาย แต่เนื่องจากไม่สามารถเจรจาปรองดองตกลงซื้อขายได้ทั้งหมด และผู้ถูกฟ้องคดีมีความจําเป็น
จะต้องใช้ที่ดินเพื่อการก่อสร้างระบบชลประทานให้เสร็จทันตามโครงการจึงได้ตราพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินใน
บริเวณที่ที่จะต้องเวนคืนในท้องที่ตําบลทุ่งปรัง ตําบลเสาเภา ตําบลฉลอง ตําบลเทพราช และตําบลเปลี่ยน อําเภอสิชล
จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๖ มีอธิบดีของผู้
ถูกฟ้องคดีเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นรัฐมนตรีรักษาการตามพระราช
กฤษฎีกา ผลจากการออกพระราชกฤษฎีกาทําให้ที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยและต้นไม้ของผู้ฟ้องคดีอยู่ในแนวเขตที่จะเวนคืน
ทั้งหมด ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีคําสั่งที่ ๔๕๙/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๖ แต่งตั้ง
คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้น และจํานวนเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืน คณะกรรมการดังกล่าว
ได้ประชุมพิจารณากําหนดหลักเกณฑ์การกําหนดเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑ / ๒๕๔๗ เมื่อ
วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๗ และมีความเห็นว่า ราคาค่าทดแทนที่ดินที่คณะกรรมการจัดซื้อและกําหนดค่าทดแทนทรัพย์สิน
เพื่อการชลประทานโครงการฝายคลองท่าทน อําเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กําหนดไว้เพื่อใช้ในการเจรจา
ปรองดองตกลงซื้อขายกับเจ้าของที่ดินก่อนมีพระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ ได้กําหนดโดยใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๑ แห่ง
พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ และคณะกรรมการชุดดังกล่าวก็เป็นชุดเดียวกับ
คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้น คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นจึงมีมติให้นําราคาค่าทดแทนที่ดินที่
คณะกรรมการจัดซื้อและกําหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทานกําหนดไว้เพื่อใช้ในการเจรจาปรองดองตกลงซื้อ
ขายกับเจ้าของที่ดินที่ถูกเขตก่อสร้างโครงการฝายคลองท่าทนก่อนมีพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนใช้บังคับ
มากําหนดค่าทดแทนที่ดินสําหรับการเวนคืนในครั้งนี้ โดยให้ปรับค่าทดแทนที่ดินให้สูงขึ้นเฉพาะหน่วยที่ดินที่มีราคา
ประเมินฯ ปี ๒๕๔๗ – ๒๕๕๐ สูงกว่า และได้กําหนดที่ดินที่ถูกเวนคืนออกเป็นโซน บล็อก และหน่วย ตามการแบ่งโซน
ของสํานักประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มระยะห่างจากถนนจากเดิม ๔๐ เมตรเป็น ๑๐๐
เมตร ส่วนค่าทดแทนอาคารสิ่งปลูกสร้างกําหนดให้ใช้บัญชีมาตรฐานราคาค่ารื้อย้ายประจําปี ๒๕๔๓ หากโรงเรือนหรือสิ่ง
ปลูกสร้างมีลักษณะพิเศษกว่าบัญชีมาตรฐานดังกล่าว ให้คํานวณราคาค่าทดแทนตามราคาวัสดุและค่าแรงปัจจุบัน
สําหรับค่าทดแทนต้นไม้กําหนดให้นําบัญชีรายละเอียดค่าทดแทนต้นไม้ และไม้ผลที่ถูกเขตชลประทานโครงการฝายคลอง
ท่าทนที่คณะกรรมการจัดซื้อ และกําหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทานพิจารณากําหนดไว้ เมื่อวันที่ ๙
มีนาคม ๒๕๔๒ และวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๓ มากําหนดค่าทดแทนต้นไม้สําหรับการเวนคืนในครั้งนี้
สําหรับที่ดินของผู้ฟ้องคดี ตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๙๘๗๕ เนื้อที่ ๑ งาน ตั้งอยู่ติดถนนสายบ้านหัวทุ่ง – สี่แยก
บ้านหิน อยู่ในแนวเขตที่จะเวนคืนทั้งแปลงคณะกรรมการกําหนดราคา เบื้องต้นกําหนดให้ที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นที่ดินที่
อยู่ในหน่วยที่ ๒ โซน ๐๔ บล็อกซี ได้แก่ ที่ดินที่ติดถนนสายบ้านหิน – บ้านหัวทุ่ง ระยะ ๑๐๐ แรกมีอัตราค่าทดแทนไร่
ละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท หรือตารางวาละ ๕๐๐ บาท ผู้ฟ้องคดีจึงได้รับค่าทดแทนที่ดิน ๕๐,๐๐๐ บาท ค่าทดแทนสิ่งปลูก
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

