Page 353 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 353
ผ - | ๒๑๗
บัญชีมาตรฐานราคาค่ารื้อย้ายประจําปี ๒๕๔๓ เป็นเงิน ๒๘๒,๓๗๗.๒๐ บาท (ไม่รวมค่าดําเนินการ ๑๐%) ซึ่งเมื่อหัก
ค่าแรงร้อยละ ๓๐ จึงเหลือค่าวัสดุที่แท้จริง ๑๙๗,๖๖๔.๐๔ บาท เมื่อเพิ่มค่าวัสดุให้อีกร้อยละ ๒๔.๓ ตามดัชนีราคาวัสดุที่
สูงขึ้น ผู้ฟ้องคดีจึงมีสิทธิ์ได้รับค่าทดแทนอาคารสิ่งปลูกสร้างในส่วนที่เป็นบ้านพักและบ่อน้ําเพิ่มอีก ๔๘,๐๓๒.๓๖ บาท
และเนื่องจากคณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นคิดค่าดําเนินการเพิ่มให้อีกร้อยละ ๑๐ ของราคาวัสดุก่อสร้าง ผู้ฟ้องคดี
จึงมีสิทธิ์ได้รับค่าดําเนินการเพิ่มขึ้นด้วยเป็นเงิน ๔,๘๐๓.๒๓ บาท รวมค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างในส่วนที่เป็นบ้านพักและบ่อ
น้ําที่ผู้ฟ้องคดีได้รับเพิ่มขึ้นทั้งสิ้นเป็นเงิน ๕๒,๘๓๕.๕๙ บาท
ส่วนประเด็น ที่ผู้ฟ้องคดีอ้างบัญชีรายการสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งคํานวณโดยใช้ราคาสิ่งปลุกสร้างปี ๒๕๔๘ และบัญชี
ปริมาณงานโครงสร้าง ปริมาณงานสถาปัตยกรรม นั้น เห็นว่า บัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีที่ผู้ฟ้องคดีจัดทําขึ้นเอง โดยไม่มี
พยานหลักฐานอ้างอิงจึงไม่อาจทราบได้ว่าผู้ฟ้องคดีใช้หลักเกณฑ์ หรือราคาวัสดุก่อสร้างของหน่วยงานใดมาเป็นฐานใน
การคํานวณ บัญชีดังกล่าว จึงไม่มีน้ําหนักพอ ที่จะนํามากําหนดค่าทดแทนเพิ่มให้กับ ผู้ฟ้องคดีได้ และประเด็นที่ ผู้
ฟ้องคดีอ้างว่า บัญชีกําหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างในการจดทะเบียนสิทธิ์และนิติกรรมเกี่ยวกับ
อสังหาริมทรัพย์จังหวัดนครศรีธรรมราช (พ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๕๐) ของกรมธนารักษ์ ได้กําหนดให้บ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว
มีราคาตารางเมตรละ ๕,๑๕๐ บาท นั้น เห็นว่า ราคาประเมินตามบัญชีดังกล่าวเป็นการคํานวณแบบเหมาจ่ายหรือเป็นการ
คํานวณแบบกว้าง ๆ โดยกําหนดราคาค่าก่อสร้างเป็นตารางเมตรแล้วนํามาคูณกับจํานวนพื้นที่ ซึ่งเป็นวิธีการคํานวณที่ไม่
ละเอียด จึงไม่เหมาะสมที่จะนํามากําหนดค่าทดแทนอาคารสิ่งปลูกสร้างให้กับผู้ถูกเวนคืน ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างหลายประเภท
ซึ่งอาคารบางประเภทอาจไม่ตรงตามประเภทของอาคารที่กรมธนารักษ์กําหนด สําหรับประเด็นที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าบ้านของ
นางสาวชลิต ดวงมุสิก ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านไม้ได้รับค่าทดแทน ๔๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งสูงกว่าค่าทดแทนบ้านพักอาศัย
ของผู้ฟ้องคดีนั้น เห็นว่าในการกําหนดค่าทดแทนอาคารสิ่งปลูกสร้างให้ผู้ถูกเวนคืนนั้น เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกเวนคืนใช้
วิธีการเขียนแบบแปลนอาคารที่ถูกเวนคืน แล้วถอดแบบหารายการวัสดุก่อสร้าง เสร็จแล้วนํามาคํานวณหาค่าวัสดุและ
ค่าแรง เพื่อกําหนดเป็นค่าทดแทนให้แก่ผู้ถูกเวนคืน ดังนั้นผู้ถูกเวนคืนจะได้รับค่าทดแทนอาคารสิ่งปลูกสร้างมากหรือ
น้อย ย่อมขึ้นอยู่กับขนาดและจํานวนวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างด้วย ซึ่งเมื่อได้พิจารณารายการสิ่งปลูกสร้าง ของ
นางสาวชลิต ดวงมุสิก ตามเอกสารที่ผู้ถูกฟ้องคดีส่งมาพร้อมคําชี้แจงลงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ แล้ว ปรากฏ
ข้อเท็จจริงว่า บ้านของ นางสาวชลิต ดวงมุสิก มีลักษณะเป็นบ้านไม้ และคอนกรีต มีรายการวัสดุทั้งหมด ๓๗ รายการ
และวัสดุส่วนใหญ่เป็นไม้ ส่วนบ้านของผู้ฟ้องคดีมีลักษณะเป็นบ้านคอนกรีตอย่างเดียว มีรายการวัสดุเพียง ๓๒ รายการ
ซึ่งวัสดุที่มีรายการเหมือนของผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีก็กําหนดค่าทดแทนให้เท่ากับที่กําหนดให้ผู้ฟ้องคดี แต่ที่ นางสาวชลิต
ดวงมุสิก ได้รับค่าทดแทนมากกว่าผู้ฟ้องคดี ก็เพราะบ้าน ของ นางสาวชลิต ดวงมุสิก มีลักษณะที่แตกต่างกับบ้านของผู้
ฟ้องคดีและมีจํานวนวัสดุก่อสร้างมากกว่า อีกทั้งวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างก็ต่างกันด้วย ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดค่า
ทดแทนบ้านพักอาศัยให้ผู้ฟ้องคดีต่ํากว่า นางสาวชลิต ดวงมุสิก จึงเป็นธรรมแล้ว
กรณีค่าทดแทนความเสียหายที่ผู้ฟ้องคดีต้องออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน กรณีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า
ที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามโฉนดที่ดิน เลขที่ ๑๙๘๗๕ ตําบลเปลี่ยน อําเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช จํานวนเนื้อที่ ๑
งาน พร้อมสิ่งปลูกสร้าง บ้านคอนกรีตชั้นเดียว ๑ หลัง ซึ่งผู้ฟ้องคดีใช้เป็นที่อยู่อาศัย และเป็นสถานที่ประกอบอาชีพร้าน
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

