Page 349 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 349
ผ - | ๒๑๓
ของสํานักประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ นอกจากนี้ยังได้เพิ่มระยะห่างจากถนนจากเดิม ๔๐ เมตรเป็น ๑๐๐ เมตร
สําหรับที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๙๘๗๕ ของผู้ฟ้องคดีซึ่งอยู่ติดถนนสายบ้านหัวทุ่ง – สี่แยกบ้านหิน ในระยะ ๑๐๐ เมตร
แรก เนื้อที่ ๑ งาน อยู่ในแนวเขตเวนคืนทั้งแปลง คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นกําหนดให้ที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็น
ที่ดินอยู่ในโซน ๐๔ บล็อกซี หน่วยที่ ๒ มีราคาค่าทดแทนไร่ละ ๒๐๐,๐๐๐ บา หรือตารางวาละ ๕๐๐ บาท ผู้ฟ้องคดีจึง
ได้รับค่าทดแทนที่ดินจํานวน ๕๐,๐๐๐ บาท จากข้อเท็จจริงดังกล่าวเห็นได้ว่า คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้น ได้นํา
ราคาค่าทดแทนที่ดินที่กําหนดไว้เพื่อใช้ในการเจรจาปรองดองตกลงซื้อขายกับเจ้าของที่ดิน มากําหนดเป็นค่าทดแทนให้ผู้
ฟ้องคดีซึ่งแม้ว่าราคาค่าทดแทนที่ดินดังกล่าวจะกําหนดขึ้นโดยคณะกรรมการที่เป็นชุดเดียวกับคณะกรรมการกําหนดราคา
เบื้องต้น และกําหนดโดยใช้หลักเกณฑ์ ตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.
๒๕๓๐ แล้วก็ตาม แต่ราคาดังกล่าวเป็นเพียงราคาในภาพรวมของที่ดินแต่ละหน่วย มิใช่เป็นราคาที่กําหนดไว้เป็นรายแปลง
แต่อย่างใด ประกอบกับเมื่อได้พิจารณาราคาค่าทดแทนของที่ดินในหน่วยที่ ๒ แล้ว ปรากฏว่าคณะกรรมการกําหนดราคา
เบื้องต้นได้กําหนดให้ที่ดินที่อยู่ในหน่วยที่ ๒ คือ ที่ดินติดถนนสายบ้านหัวทุ่ง – สี่แยกหิน มีค่าทดแทนที่เท่ากันกันตลอด
ทั้งสาย ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้วที่ดินที่อยู่ติดถนนสายดังกล่าว มีทั้งที่ดินที่อยู่ตอนต้นถนน และที่ดินที่ตั้งอยู่ปลายถนน
หรือที่ดินที่อยู่ใกล้ชุมชน และที่ดินที่อยู่ห่างไกลชุมชน การที่คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นพิจารณา เพียงว่า ที่ดิน
ของผู้ฟ้องคดีอยู่ติดถนนสายบ้านหัวทุ่ง – สี่แยกหิน แล้วนําราคาที่กําหนดไว้ในภาพรวมของที่ดินหน่วยที่ ๒ คือ ราคา
ตารางวาละ ๕๐๐ บาท หรือไร่ละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท มากําหนดเป็นค่าทดแทนที่ดินให้ผู้ฟ้องคดี โดยมิได้คํานึงว่า ที่ดิน
ดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณใดของถนนอยู่ใกล้หรือไกลจากชุมชน ถือเป็นการกําหนดค่าทดแทนที่ดินที่ยังมิได้คํานึงถึงสภาพและ
ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นการกําหนดค่าทดแทนที่ดินที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๔) แห่ง
พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ปัญหาต่อไปมีว่าสภาพและที่ตั้งที่ดินของผู้ฟ้องคดีมี
สภาพเช่นใด และควรกําหนดค่าทดแทนให้จํานวนเท่าใด เห็นว่าผู้ฟ้องคดีอ้างว่าที่ดินที่ถูกเวนคืนเป็นที่ดินในเขตชุมชนอยู่
ใกล้โรงเรียนบ้านไสเหรียง สถานีตํารวจตําบลเปลี่ยน และองค์การบริหารส่วนตําบลเปลี่ยน ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีก็มิได้ให้การ
โต้แย้งคัดค้านข้ออ้างดังกล่าวของผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด ประกอบกับข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ฟ้องคดีปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัย
บนที่ดินดังกล่าว และยังเปิดเป็นร้านเสริมสวยและตัดเย็บเสื้อผ้าด้วย ซึ่งบ้านที่สามารถเปิดเป็นร้านเสริมสวย และตัดเย็บ
เสื้อผ้าได้จะต้องเป็นบ้านที่ปลูกสร้างอยู่ในย่านชุมชน หรืออยู่ใกล้ชุมชน ดังนั้น ข้ออ้างของผู้ฟ้องคดีที่ว่าที่ดินที่ถูกเวนคืน
อยู่ในเขตชุมชนจึงรับฟังได้ ปัญหาต่อไปมีว่าเมื่อรับฟังได้ว่าที่ดินของผู้ฟ้องคดีอยู่ในเขตชุมชนผู้ฟ้องคดีควรได้รับค่าทดแทน
ที่ดินเพิ่มขึ้นจากราคาเดิม ซึ่งเป็นราคาในภาพรวมจํานวนเท่าใด จึงจะเหมาะสมและเป็นธรรม เห็นว่า เมื่อได้พิจารณาค่า
ทดแทนที่ดินในโซน ๐๔ บล็อกซี ที่คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นกําหนดไว้แล้ว ปรากฏว่าคณะกรรมการกําหนด
ราคาเบื้องต้น ได้กําหนดค่าทดแทนที่ดินในโซน ๐๔ บล็อกซี ไว้ทั้งหมด ๕ หน่วย มีราคาลดหลั่นกันไปตามทําเลที่ตั้ง
ของที่ดินในแต่ละหน่วย โดยที่ดินหน่วยที่ ๑ คือ ที่ดินติดทางหลวงหมายเลข ๔๐๑ (นครศรีธรรมราช - สุราษฏร์ธานี) ซึ่ง
เป็นถนนสายหลักมีราคาสูงสุด คือ ตารางวาละ ๗๕๐ บาท และที่ดินหน่วยที่ ๒ คือ ที่ดินติดถนนสายบ้านหัวทุ่ง – สี่
แยกหิน ซึ่งที่ดินของผู้ฟ้องคดีอยู่ในหน่วยนี้ด้วย มีราคารองลงมา คือ ตารางวาละ ๕๐๐ บาท ดังนั้น ในการ
กําหนดค่าทดแทนให้ผู้ฟ้องคดีเพิ่มขึ้น จึงต้องคํานึงด้วยว่า เมื่อเพิ่มให้แล้วทําให้ผู้ฟ้องคดีได้รับค่าทดแทนสูงกว่าค่า
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

