Page 355 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 355
ผ - | ๒๑๙
บ้านคอนกรีตชั้นเดียว ๑ หลัง ซึ่งผู้ฟ้องคดีใช้เป็นที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพร้านเสริมสวยถูกเวนคืนทั้งหมดทําให้ผู้ฟ้อง
คดีต้องออกจากที่ดินและบ้านดังกล่าว ถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายจากการที่ต้องออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่ถูก
เวนคืน ผู้ถูกฟ้องคดีจึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องกําหนดค่าทดแทนความเสียหายจากการที่ต้องออกจาก
อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน แก่ผู้ฟ้องคดีด้วย หากผู้ถูกฟ้องคดีมิได้กําหนดค่าทดแทนในส่วนดังกล่าวคณะกรรมการ
พิจารณาอุทธรณ์ก็มีหน้าที่ต้องกําหนดให้ในชั้นพิจารณาอุทธรณ์ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มิได้
กําหนดค่าทดแทนความเสียหายในส่วนดังกล่าวให้ผู้ฟ้องคดี จึงเป็นการกระทําที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการ
กําหนดค่าทดแทนที่มิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในมาตรา ๒๑ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืน
อสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ส่วนกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ค่าทดแทนอ้างเหตุที่ไม่กําหนดค่าทดแทนความ
เสียหายในส่วนดังกล่าวให้เนื่องจากผู้ฟ้องคดีไม่ได้แจ้ข้อมูลความเสียหายให้พิจารณานั้น เห็นว่า เมื่อบทบัญญัติกฎหมาย
บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีในการพิจารณากําหนดค่าทดแทนความเสียหายจากการที่ต้องออกจาก
อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน ดังนั้น เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีจึงมีหน้าที่ในการสํารวจเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ว่าผู้ฟ้องคดี
ได้รับความเสียหายจากการที่ต้องออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนแค่ไหน เพียงใด แล้วกําหนดค่าทดแทนให้อย่างเป็น
ธรรมโดยไม่จําเป็นต้องให้ผู้ฟ้องคดีแจ้งข้อมูลความเสียหาย การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ค่าทดแทนยกเอาเหตุที่ผู้
ฟ้องคดีไม่ได้แจ้งข้อมูลความเสียหายมาเป็นข้ออ้างในการไม่กําหนดค่าทดแทนในส่วนดังกล่าวจึงไม่อาจรับฟังได้ ปัญหาที่
จะต้องพิจารณาต่อไปมีว่าศาลจะกําหนดค่าทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่ต้องออกจากอสังหาริมทรัพย์ให้ผู้ฟ้องคดี
ได้หรือไม่ เพียงใด เห็นว่า เมื่อได้พิจารณาคําฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมคําฟ้องของผู้ฟ้องคดีแล้วเห็นได้ว่า ในคําฟ้องและแก้ไข
เพิ่มเติมคําฟ้องดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีได้กล่าวอ้างถึงความเดือดร้อนหรือเสียหายที่ต้องออกจากที่ดินและบ้านที่ถูกเวนคืนไว้โดย
ชัดแจ้งแล้ว แม้ว่าในคําขอท้ายฟ้องจะมิได้ระบุคําขอในส่วนนี้ไว้ก็ตาม แต่การที่ผู้ฟ้องคดีมิได้ระบุคําขอในส่วนค่าทดแทน
ความเสียหายจากการที่ต้องออกจากที่ดินและบ้านที่ถูกเวนคืนไว้ในคําขอท้ายฟ้อง ก็มิได้หมายความว่าผู้ฟ้องคดีไม่ประสงค์
จะฟ้องขอค่าทดแทนส่วนนี้ แต่เหตุที่ผู้ฟ้องคดีมิได้ระบุคําขอในส่วนนี้ไว้ในคําขอท้ายฟ้อง เป็นเพราะความบกพร่องของ
เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีเองที่มีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีไปรับค่าทดแทน โดยมิได้แจ้งรายละเอียดให้ผู้ฟ้องคดีทราบด้วยว่า
ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิ์ได้รับค่าทดแทนในกรณีใดบ้าง แต่ละกรณีที่มีสิทธิ์ได้รับผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดค่าทดแทนให้จํานวนเท่าใด
และกรณีใดที่ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิ์ได้รับค่าทดแทนแต่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่กําหนดค่าทดแทนให้ ก็ต้องแจ้งเหตุผลที่ไม่กําหนดค่า
ทดแทนในกรณีดังกล่าวให้ผู้ฟ้องคดีทราบด้วย เพื่อผู้ฟ้องคดีจะได้ยกเป็นข้อต่อสู้เมื่อนําคดีมาฟ้องศาล แต่หนังสือของผู้ถูก
ฟ้องคดีลงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ที่แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีไปรับเงินค่าทดแทนกลับแจ้งเฉพาะค่าทดแทนที่ดิน ค่าทดแทน
ต้นไม้ และค่าทดแทนอาคารสิ่งปลูกสร้าง ที่ผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดให้เท่านั้น ส่วนค่าทดแทนความเสียหายที่ต้องออกจากที่ดิน
และบ้านที่ถูกเวนคืนซึ่งผู้ฟ้องคดีมีสิทธิ์จะได้รับค่าทดแทนดังกล่าวด้วย แต่ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้กําหนดให้ โดยอ้างว่าผู้ฟ้องคดี
มิได้แจ้งข้อมูลความเสียหายดังกล่าวให้พิจารณานั้น เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีมิได้แจ้งรายละเอียดดังกล่าวให้ผู้ฟ้องคดี
ทราบแต่อย่างใด และเมื่อเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีมีหนังสือลงวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๘ แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ก็
มิได้แจ้งรายละเอียดดังกล่าวให้ผู้ฟ้องคดีทราบอีก จึงเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีมิได้ระบุคําขอในส่วนค่าทดแทนความเสียหาย
จากการที่ต้องออกจากที่และบ้านไว้ในคําขอท้ายฟ้อง คงระบุเฉพาะคําขอค่าทดแทนที่ดิน ค่าทดแทนต้นไม้ และค่า
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

