Page 352 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 352

๒๑๖ | - ผ



            คณะกรรมการพิจารณาที่ดินและทรัพย์สินจังหวัดนครศรีธรรมราช สายส่งไฟฟ้า ๑๑๕ กิโลโวลต์ ทุ่งสง –  ลําภูรา  ได้

            ประชุมพิจารณากําหนดไว้เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๔๗ เป็นราคาที่เหมาะสมเป็นธรรมต่อผู้ฟ้องคดีแล้ว    จึงให้นําบัญชี
            ดังกล่าวมากําหนดค่าทดแทนต้นไม้ให้กับ ผู้ฟ้องคดี   ดังนี้   ๑. เงาะโรงเรียน  ขนาดใหญ่ ๒ ต้น ๆ ละ ๔,๔๐๐ บาท  คิด

            เป็นเงิน ๘,๘๐๐ บาท    ๒. ขนุนพันธุ์ดี  ขนาดใหญ่ ๒ ต้น ๆ ละ ๒,๐๐๐ บาท  คิดเป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท   ๓.  ชะอม

            ขนาดใหญ่ ๑๒ ต้น ๆ ละ ๒๐๐ บาท  คิดเป็นเงิน ๒,๔๐๐ บาท   ๔.  หมาก ขนาดกลาง ๗ ต้น ๆ ละ ๒๕๐ บาท คิดเป็น

            เงิน ๑,๗๕๐ บาท รวมค่าทดแทนต้นไม้เป็นเงิน ๑๖,๙๕๐ บาท    แต่เนื่องจากผู้ฟ้องคดีได้รับค่าทดแทนต้นไม้ตามรายการ

            ดังกล่าวไปแล้ว   เป็นเงิน ๑๐,๕๐๐ บาท   ผู้ฟ้องคดีจึงมีสิทธิ์ได้รับค่าทดแทนต้นไม้เพิ่มอีก จํานวน ๖,๔๕๐ บาท ส่วนที่ผู้

            ฟ้องคดีขอค่าทดแทนเงาะโรงเรียนและขนุนพันธุ์ดีเพิ่มขึ้นอีกห้าเท่าของค่าทดแทนที่ได้รับและขอค่าทดแทน  ต้นชะอม

            กล้วย  หมาก  และส้มโอพันธุ์ดี  เพิ่มขึ้นอีกเป็นสองเท่าของค่าทดแทนที่ได้รับตามบัญชีคําขอของผู้ฟ้องคดี นั้น เห็นว่า
            บัญชีตามคําขอของผู้ฟ้องคดีเป็นบัญชีที่ผู้ฟ้องคดีจัดทําขึ้นมาเอง โดยไม่มีพยานหลักฐานอ้างอิงสนับสนุนแต่อย่างใด จึงไม่

            อาจนํามาเป็นค่าทดแทนต้นไม้ให้กับผู้ฟ้องคดีได้

                    กรณีค่าทดแทนอาคารสิ่งปลูกสร้าง กรณีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นนําบัญชี

            มาตรฐานราคาค่ารื้อย้ายประจําปี ๒๕๔๓ มากําหนดค่าทดแทนอาคารสิ่งปลูกสร้างให้ผู้ฟ้องคดี โดยสิ่งปลูกสร้างของผู้ฟ้อง

            คดีเป็นบ้านพักอาศัยมีลักษณะเป็นตึกคอนกรีตชั้นเดียวจํานวน ๑ หลัง และบ่อน้ําลึก ๕ เมตร จํานวน ๑ บ่อ
            คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นได้กําหนดค่าทดแทนบ้านพักอาศัยเป็นเงิน ๓๐๘,๖๔๙ บาท และค่าทดแทนบ่อน้ําเป็น

            เงิน ๑,๙๖๕.๙๒ บาท จากข้อเท็จจริงดังกล่าวเห็นได้ว่า คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นได้นําบัญชีมาตรฐานราคาค่า

            รื้อย้ายประจําปี ๒๕๔๓ มากําหนดค่าทดแทนอาคารสิ่งปลูกสร้างให้กับผู้ฟ้องคดีในปี ๒๕๔๗ ซึ่งบัญชีมาตรฐานราคาค่ารื้อ

            ย้ายดังกล่าวจัดทําขึ้นโดยอาศัยข้อมูลราคาวัสดุก่อสร้างในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นระยะเวลาก่อนที่จะมีการจ่ายค่าทดแทน

            ให้ผู้ฟ้องคดีถึง ๔ ปี และเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามคําชี้แจงของผู้อํานวยการสํานักดัชนีเศรษฐกิจการค้าว่า ดัชนีราคาวัสดุ
            ก่อสร้างในปี ๒๕๔๗ สูงกว่า ปี ๒๕๔๓ ร้อยละ ๒๔.๓ ดังนี้  การที่คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นนําบัญชีมาตรฐาน

            ราคาค่ารื้อย้ายประจําปี ๒๕๔๓ มากําหนดค่าทดแทนอาคารสิ่งปลูกสร้างให้กับผู้ฟ้องคดีในปี ๒๕๔๗  ถือเป็นการ

            กําหนดค่าทดแทนอาคารสิ่งปลูกสร้างที่มิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติ  ว่า

            ด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์  พ.ศ. ๒๕๓๐ จึงไม่เป็นธรรมต่อผู้ฟ้องคดี  ปัญหาต่อไปมีว่า  ผู้ฟ้องคดีควรจะได้รับค่า

            ทดแทนสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้นจํานวนเท่าใด เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในปี ๒๕๔๗ สูงกว่าปี

            ๒๕๔๓ ร้อยละ ๒๔.๓ จึงควรนําดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาเพิ่มค่าทดแทนให้กับผู้ฟ้อง

            คดี โดยกําหนดค่าวัสดุให้ผู้ฟ้องคดีเพิ่มอีกร้อยละ ๒๔.๓ ตามดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในปี ๒๕๔๗ แต่เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดี
            ให้การว่า ค่าวัสดุตามบัญชีมาตรฐานราคาค่ารื้อย้ายประจําปี ๒๕๔๓ ได้กําหนดโดยรวมค่าแรงเข้าไปด้วย ราคาค่าวัสดุตาม

            บัญชีดังกล่าวจึงมิใช่เป็นราคาของค่าวัสดุเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การที่จะคํานวณเพิ่มค่าวัสดุให้ผู้ฟ้องคดีในอัตราร้อยละ

            ๒๔.๓ ตามดัชนีราคาวัสดุที่สูงขึ้น จึงจําเป็นต้องคํานวณหาค่าวัสดุที่แท้จริงเสียก่อน โดยการนําอัตราค่าแรงซึ่งปกติทั่วไปจะ

            มีอัตราร้อยละ ๓๐ มาหักออกจากค่าวัสดุตามบัญชีมาตรฐานราคาค่ารื้อย้ายประจําปี ๒๕๔๓ โดยอาคารสิ่งปลูกสร้างใน

            ส่วนที่เป็นบ้านพักและบ่อน้ําของผู้ฟ้องคดีมีราคาวัสดุ (รวมค่าแรง) ซึ่งคณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นคํานวณตาม



                      รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   347   348   349   350   351   352   353   354   355   356   357