Page 342 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 342
๒๐๖ | - ผ
คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ค่าทดแทน จึงมีมติไม่กําหนดค่าทดแทนความเสียหายเนื่องจากต้องออกจาก
อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนให้แก่ผู้ฟ้องคดี และผู้ถูกเวนคืนรายอื่นทั้ง ๑๑ ราย ส่วนค่าทดแทนที่ดิน ต้นไม้ และโรงเรือนสิ่ง
ปลูกสร้าง คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ค่าทดแทนเห็นว่า คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นได้กําหนดไว้เหมาะสม
และเป็นธรรมแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะเพิ่มค่าทดแทนให้ผู้ฟ้องคดีอีก ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เห็นชอบ
ตามความเห็นของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ หัวหน้าฝ่ายจัดหาที่ดิน ๑๕ สํานักชลประทานที่ ๑๕ จึงได้มีหนังสือ ที่
กษ ๐๓๒๔.๑๔/๑๑๒๔ ลงวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๘ แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์เงินค่าทดแทนให้ผู้ฟ้องคดีทราบ และ
ในระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือ ที่ กษ ๐๓๒๔.๑๔/จด.๑/๓๖๐ ลงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๘
แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบว่า ได้ฝากเงินค่าทดแทนจํานวน ๓๗๑,๑๑๔.๙๒ บาท ไว้ที่ธนาคารออมสิน สาขาสิชลแล้ว เมื่อ
วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๘
ผู้ฟ้องคดีคัดค้านคําให้การสรุปได้ว่า เมื่อปี ๒๕๔๓ ผู้ถูกฟ้องคดีได้ทําการเวนคืนที่ดินโดยการเจรจาปรองดองตก
ลงซื้อขายกับเจ้าของที่ดินเพื่อก่อสร้างโครงการฝายคลองท่าทน โดยที่ดินของผู้ฟ้องคดีเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีได้เจรจา
ตกลงซื้อขายที่ดิน จํานวน ๑ งานในราคา ๔๐,๐๐๐ บาท ค่าผลอาสินและบ่อน้ําเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาทและบ้านพักอาศัย
๑ หลัง เป็นเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท แต่ผู้ฟ้องคดีไม่ยินยอมตกลงซื้อขายทรัพย์สินในชั้นเจรจาปรองดองตกลงซื้อขาย
เนื่องจากเห็นว่า ที่ดินของผู้ฟ้องคดีตั้งอยู่ติดถนนลาดยางสายบ้านหิน – ไสเหรียง เป็นเขตชุมชนมีทําเลเหมาะสําหรับผู้ฟ้อง
คดีประกอบอาชีพเสริมสวย เงินค่าทดแทนที่ได้รับไม่เพียงพอสําหรับซื้อที่ดินและสร้างบ้านใหม่การกําหนดค่าทดแทนผู้ถูก
ฟ้องคดีไม่ได้ทําประชาพิจารณ์ และเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีปิดบังข้อมูลไม่แจ้งหลักเกณฑ์การกําหนดค่าทดแทน
นอกจากนี้ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า เจ้าของที่ดินข้างเคียงกับที่ดินของผู้ฟ้องคดีได้รับค่าทดแทนในชั้นเจรจาปรองดองตกลงซื้อขาย
สูงกว่าที่ดินของผู้ฟ้องคดีซึ่งมีทําเลที่ตั้งดีกว่า และเมื่อผู้ถูกฟ้องคดีได้ตกลงซื้อขายกับเจ้าของที่ดินแล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีได้เข้า
ดําเนินการตามโครงการก่อสร้างฝายคลองท่าทน ซึ่งส่งผลให้น้ํากัดเซาะที่ดินของผู้ฟ้องคดี ต้นไม้ บ่อน้ํา และหลักโฉนด
ที่ดินจมหายไปในคลอง ต่อมาเมื่อปี ๒๕๔๖ ได้มีพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ตําบล
ทุ่งปรัง ตําบลเสาเภา ตําบลฉลอง ตําบลเทพราช และตําบลเปลี่ยน อําเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่ง
ทําให้ที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยและต้นไม้ของผู้ฟ้องคดีตกอยู่ในเขตเวนคืนทั้งหมด ผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดค่าทดแทนที่ดินให้ผู้
ฟ้องคดี ๕๐,๐๐๐ บาท ค่าต้นไม้ ๑๐,๕๐๐ บาท และค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้าง ๓๑๐,๖๑๔.๙๒ บาท ส่วนเหตุผลที่ผู้ฟ้องคดี
ขอค่าทดแทนเพิ่มสรุปได้เช่นเดียวกับคําฟ้อง นอกจากนี้ ผู้ฟ้องคดียังได้อ้างบัญชีกําหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่ง
ปลูกสร้างในการจดทะเบียนสิทธิ์และนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ (พ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๕๐) จังหวัดนครศรีธรรมราช
ซึ่งตามบัญชีดังกล่าวได้กําหนดบ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียวมีราคาตารางเมตรละ ๕,๑๕๐ บาท และผู้ฟ้องคดียังอ้างบัญชี
ปริมาณงานโครงสร้างและงานสถาปัตยกรรม กับบัญชีรายชื่อและประเมินราคาพืชผล ที่มี นายณรงค์ ภัทรปิย
พันธ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ๖ ว. สํานักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช มาประกอบการพิจารณาขอเพิ่ม
ค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างและต้นไม้ด้วย
ผู้ถูกฟ้องคดีให้การเพิ่มเติมสรุปได้ว่า จํานวนเงินค่าทดแทนทุกรายการที่ผู้ฟ้องคดีขอเพิ่ม ผู้ฟ้องคดีได้กําหนดขึ้น
เองตามความพึงพอใจ กําหนดโดยไม่มีเหตุผลและเห็นว่าค่าทดแทนที่ผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดให้ผู้ฟ้องคดีมีความถูกเป็นธรรม
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

