Page 341 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 341

ผ -  | ๒๐๕



                              สําหรับที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๙๘๗๕ ตําบลเปลี่ยน อําเภอสิชล จังหวัด

               นครศรีธรรมราช  เนื้อที่ ๑ งาน ตั้งอยู่ติดถนนสายบ้านหัวทุ่ง – สี่แยกบ้านหิน อยู่ในแนวเขตที่จะเวนคืนทั้งแปลง
               คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นกําหนดให้ที่ดินของผู้ฟ้องคดีอยู่ในโซน ๐๔ บล็อกซี หน่วยที่ ๒ ซึ่งได้แก่ ที่ดินที่ติดถนน

               สายบ้านหิน – บ้านหัวทุ่ง ระยะ ๑๐๐ เมตรแรก  มีอัตราค่าทดแทนไร่ละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท  หรือตารางวาละ ๕๐๐ บาท

               ผู้ฟ้องคดีจึงได้รับค่าทดแทนที่ดิน ๕๐,๐๐๐ บาท ส่วนค่าทดแทนต้นไม้ซึ่งมีจํานวน ๖ รายการ คณะกรรมการกําหนดราคา

               เบื้องต้นได้กําหนดค่าทดแทน ดังนี้ เงาะโรงเรียนขนาดใหญ่ ๒ ต้น ๆ ละ ๒,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท ชะอมขนาด

               ใหญ่ ๑๒ ต้น ๆ ละ ๕๐ บาท เป็นเงิน ๖๐๐ บาท ขนุนพันธุ์ดีขนาดใหญ่ ๒ ต้น ๆ ละ ๑,๑๐๐ บาท เป็นเงิน ๒,๒๐๐ บาท

               กล้วยขนาดใหญ่ ๖ กอ ๆ ละ ๒๐๐ บาท เป็นเงิน ๑,๒๐๐ บาท ส้มโอพันธุ์ดีขนาดกลาง ๑ ต้น ราคา ๑,๕๐๐ บาท หมาก

               ขนาดกลาง ๕ ต้นๆละ ๒๐๐ บาท เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท รวมค่าทดแทนต้นไม้ ๑๐,๕๐๐ บาท และค่าทดแทนโรงเรือนที่
               ปลูกสร้างซึ่งประกอบด้วยบ้านพักอาศัยมีลักษณะเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว ๑ หลัง คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้น

               กําหนดค่าทดแทนให้เป็นเงิน ๓๐๔,๖๔๙ บาท และบ่อน้ําลึก ๕ เมตร กําหนดค่าทดแทนให้ ๑,๙๖๕.๙๒ บาท โดยผู้ซึ่ง

               ได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ได้มีหนังสือ ที่ กษ ๐๓๒๔.๑๔/๑๘๘ ลงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

               แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีไปรับเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน แต่ผู้ฟ้องคดีไม่พอใจค่าทดแทนที่คณะกรรมการกําหนด

               ราคาเบื้องต้นกําหนดให้ จึงยื่นอุทธรณ์ขอค่าทดแทนเพิ่มต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยขอเพิ่มค่า
               ทดแทนที่ดินเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ค่าทดแทนต้นไม้เป็นเงิน ๓๘,๖๐๐ บาท ค่าบ้านและค่าบ่อน้ําเป็นเงิน ๖๘๙,๒๐๒

               บาท โดยคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ค่าทดแทน ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร

               และสหกรณ์ ได้ประชุมพิจารณาอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๔๘ เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๔๘

               และมีมติให้พิจารณากําหนดเงินค่าทดแทนสําหรับความเสียหายเนื่องจากต้องออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนให้แก่ผู้

               ฟ้องคดีรวมทั้งผู้ถูกเวนคืนรายอื่นอีกจํานวน ๑๑ รายด้วย โดยคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ค่าทดแทนได้มอบหมายให้
               คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นเป็นคณะทํางานพิจารณากําหนดค่าทดแทนความเสียหายเนื่องจากต้องออกจาก

               อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนของแต่ละรายเพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ค่าทดแทนพิจารณาในการประชุม

               ครั้งต่อไป ต่อมาคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ค่าทดแทนได้ประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๔๘ เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๔๘ ซึ่ง

               ในการประชุมครั้งดังกล่าว   คณะทํางานพิจารณากําหนดค่าทดแทนความเสียหาย  เนื่องจากต้องออกจากอสังหาริมทรัพย์

               ที่ถูกเวนคืน ได้แจ้งให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ค่าทดแทนทราบว่าคณะทํางานไม่สามารถหาข้อมูล ข้อเท็จจริง

               เกี่ยวกับความเสียหาย   เนื่องจากต้องออกจากอสังหาริมทรัพย์ของแต่ละรายได้  คณะทํางานจึงเสนอว่าให้กําหนด

               หลักการในการพิจารณาค่าทดแทนความเสียหายดังกล่าวไว้ในอัตราร้อยละสิบของค่าทดแทนอาคารสิ่งปลูกสร้างของผู้ถูก
               เวนคืน   โดยผู้ฟ้องคดีจะได้รับค่าทดแทนความเสียหาย  เนื่องจากต้องออกจากอสังหาริมทรัพย์  จํานวน ๓๑,๐๖๑.๔๙

               บาท แต่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ค่าทดแทนเห็นว่า ความเสียหายดังกล่าวจะต้องพิจารณาจากความเสียหายจริง ๆ

               ของแต่ละรายเพราะความเสียหายแต่ละรายไม่เท่ากัน จะกําหนดเป็นหลักการในอัตราร้อยละสิบของค่าทดแทนสิ่งปลูก

               สร้างไม่ได้ เมื่อผู้ถูกเวนคืนที่มีสิทธิ์ได้รับค่าทดแทนในส่วนดังกล่าวแต่ละรายมิได้แจ้งข้อมูลความเสียหายให้คณะกรรมการ

               พิจารณาอุทธรณ์ค่าทดแทนพิจารณาก็ควรให้ผู้ถูกเวนคืนไปดําเนินการฟ้องคดีเรียกค่าทดแทนในส่วนดังกล่าวเอาเอง



                         รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   336   337   338   339   340   341   342   343   344   345   346