Page 318 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 318

๑๘๒ | - ผ



            ถูกเวนคืนและสังคมสําหรับคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน  ทั้ง

            ในส่วนที่เป็นค่าทดแทนที่ดิน  ค่าทดแทนโรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง  และค่าทดแทนพืชผลในที่ดินให้ผู้ฟ้องคดีไม่ถูกต้อง  และ
            ไม่เป็นธรรมหลายกรณี  คดีจึงต้องพิจารณาตามลําดับว่า  ข้ออ้างของผู้ฟ้องคดีมีน้ําหนักเพียงพอที่จะรับฟังได้หรือไม่

            เพียงใด


                           สําหรับค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนนั้น  ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้ผู้ฟ้อง

            คดี  โดยไม่ได้คํานึงถึงราคาซื้อขายที่ดินกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินในบริเวณดังกล่าว  ไม่คํานึงถึงทําเลที่ตั้งที่ดินซึ่ง

            อยู่ติดถนนสายบ้านบางดี – ปลายทอน  ในระยะ ๑๐๐เมตร  และอยู่ติดคลอง ๓ ด้าน  ทําให้เดินทางไปมาได้สะดวก

            กรณีนี้จึงต้องพิจารณาข้ออ้างของผู้ฟ้องคดีตามลําดับ ดังนี้


                           สําหรับข้ออ้างเกี่ยวกับราคาซื้อขายที่ดินกันตามปกติ  ในท้องตลาดของที่ดินบริเวณดังกล่าวนั้น   ผู้ฟ้อง

            คดีอ้างราคาซื้อขายที่ดินซึ่งผู้ฟ้องคดีซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดของสํานักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช  เมื่อ

            วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๔๗ ในราคา ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท  หรือเฉลี่ยไร่ละ ๑๗๓,๐๗๗ บาท  รวมทั้งกล่าวอ้างราคาซื้อขาย
            ที่ดินราย นางกุศล วรรณเกื้อ  ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีได้ตกลงซื้อขายไร่ละ ๖๐๐,๐๐๐ บาท อีกทั้งนาย  Robert B. Ross ได้

            เสนอขอซื้อที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๕๙ ในราคา ๘ ล้านบาท ตามหนังสือลง  วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๘  พิเคราะห์แล้ว

            เห็นว่า   กรณีราคาซื้อขายดินที่ผู้ฟ้องคดีซื้อจากการขายทอดตลาดของสํานักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช  เมื่อ

            วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๔๗ นั้น  แม้จะมีราคาซื้อขายเฉลี่ยไร่ละ ๑๗๓,๐๗๗ บาท  ซึ่งสูงกว่าค่าทดแทนที่ดินที่ผู้ถูกฟ้องคดี

            กําหนดให้ผู้ฟ้องคดีก็ตาม  แต่เนื่องจากราคาซื้อขายดังกล่าว  เป็นราคาซื้อขายเมื่อ  วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๔๗ ซึ่งเป็น
            ระยะเวลาหลังจากพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินมีผลบังคับใช้ถึง ๑ ปี ๓ เดือนเศษ  จึงมิใช่ราคาซื้อขายกันตามปกติใน

            ท้องตลาด ของอสังหาริมทรัพย์         ที่จะต้องเวนคืนตามที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ ตามมาตรา ๒๑

            วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ นอกจากนั้น   เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริง

            อันประกอบด้วย          (๑) คําชี้แจงของสํานักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช  ตามหนังสือที่ ยธ ๐๕๑๙.๐๑ (๒)/

            ๐๐๓๕๔  ลงวันที่  ๙ มกราคม ๒๕๕๑  (๒) ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแผนผังแสดงตําแหน่งที่ตั้งของที่ดินตาม น.ส. ๓  เลขที่

            ๕๙  และ เลขที่ ๒๔๔  ซึ่งผู้ฟ้องคดีจัดทําเสนอต่อศาลในวันไต่สวนผู้ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๐  (๓) บริเวณ

            ที่ดินซึ่งถูกเวนคืนและ  (๔) จํานวนเนื้อที่ที่ถูกเวนคืน ประกอบเข้าด้วยกันแล้ว  เห็นว่า การขายทอดตลาดที่ดินทั้งสอง
            แปลงดังกล่าว  เป็นการซื้อขายแบบเหมารวมที่ดินทั้งสองแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้าง  โดยไม่ได้แยกขายเป็นรายแปลงว่าที่ดิน

            แต่ละแปลงมีสภาพ  และทําเลที่ตั้งของที่ดิน รวมทั้งทรัพย์สินในที่ดินแต่ละแปลงว่ามีอะไรบ้างแล้วกําหนดราคาซื้อขายไป

            ตามสภาพทําเลที่ตั้ง  และทรัพย์สินที่มีอยู่ในที่ดินแต่ละแปลง   ทั้งที่ทําเลที่ตั้งที่ดินตาม น.ส.๓  เลขที่ ๒๔๔ อยู่ติดถนน

            สายบ้านบางดี - ปลายทอน  ซึ่งเป็นถนนลาดยาง  มีผิวทางกว้างประมาณ ๘ เมตร เป็นที่ดินโซน ๐๒ บล็อกเอ  หน่วยที่ ๖

            (ที่ดินติดถนนสายปลายทอน - บางดี ระยะ ๔๐ เมตร) มีราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ ไร่ละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท  ในขณะที่ที่ดิน
            ตาม น.ส.๓ เลขที่ ๕๙ ซึ่งตั้งอยู่ถัดจากที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๑๔๙ และ น.ส.๓ เลขที่ ๒๔๔ จึงเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่พ้นระยะ

            ๔๐ เมตร  จากถนนสายปลายทอน-บางดี เป็นที่ดินโซน ๐๒ บล็อก เอ หน่วยที่ ๑๐ มีราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ ไร่ละ




                      รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   313   314   315   316   317   318   319   320   321   322   323