Page 322 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 322
๑๘๖ | - ผ
ทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้ ซึ่งจากข้ออ้าง ข้อเถียงของคู่กรณีดังกล่าว ศาลไต่สวนผู้ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๐
ผู้ฟ้องคดีให้ถ้อยคําว่า โรงเรือนดังกล่าว ตั้งอยู่ห่างจากแนวเขตคลองชลประทานประมาณ ๕ เมตร และผู้ถูกฟ้องคดีได้
ก่อสร้างโครงการระบบส่งน้ํา และระบบระบายน้ําในบริเวณที่ดิน ของผู้ฟ้องคดีแล้วเสร็จ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยบ้าน
หลังดังกล่าว ไม่ได้เสียหายตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้าง ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โรงเรือนดังกล่าว มิได้อยู่ในแนว
เขตที่ดินที่ต้องเวนคืน ผู้ฟ้องคดี จึงไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินค่าทดแทนในกรณีโรงเรือนดังกล่าว ทั้งนี้ ตามมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง
(๒) แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐
ส่วนกรณีที่ผู้ฟ้องคดี อ้างว่าเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีรื้อถอนทําลายรั้วลวดหนามในแนวเขตเวนคืน
ที่ดิน ทําให้รั้วลวดหนาม ของผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย จํานวน ๕,๐๐๐ บาท นั้น ศาลได้ไต่สวน นางวีระวรรณ
ยอดแก้ว เจ้าหน้าที่จัดหาที่ดิน ๖ ว ผู้รับมอบอํานาจจากผู้ถูกฟ้องคดี เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๐ พยานให้ถ้อยคําว่า
เมื่อเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีมีหนังสือ ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ แจ้งให้นายธวัฒ วงค์บุญ ผู้มีสิทธิ์ครอบครอง
ที่ดินก่อนที่จะโอนสิทธิ์ครอบครองเป็นของผู้ฟ้องคดี ทราบว่าเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี จะเข้าไปทําการรังวัด เพื่อ
สํารวจทรัพย์สินที่จะถูกเวนคืนในที่ดินแปลงดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๗ เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี ได้
เข้าไปสํารวจทรัพย์สินตามที่ได้แจ้งไว้แล้ว มีทรัพย์สินที่จะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนประกอบด้วย (๑) โรงเรือนซึ่งเป็นบ้าน ๑
หลัง (๒) บ่อกุ้งขนาด ๔๐ x ๕๐ เมตร จํานวน ๑ บ่อ (๓) ต้นมะพร้าว ขนาดใหญ่ ๓ ต้น แต่ไม่มีรั้วลวดหนามตามที่ผู้ฟ้อง
คดีกล่าวอ้าง ซึ่งกรณีรั้วลาดหนามนั้น พยานเข้าใจว่า เมื่อผู้ฟ้องคดีซื้อที่ดินหลังจากเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี เข้าไป
รังวัดสํารวจทรัพย์สินที่จะถูกเวนคืนแล้ว ประกอบกับผู้ฟ้องคดีมีกรณีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิ์ในที่ดินกับผู้ที่อยู่ในที่ดินเดิม ผู้
ฟ้องคดีจึงได้ก่อสร้างรั้วลวดหนาม ซึ่งการให้ถ้อยคําของผู้รับมอบอํานาจจากผู้ถูกฟ้องคดีดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีได้รับฟังการ
ให้ถ้อยคําดังกล่าวด้วย นอกจากผู้ฟ้องคดีจะไม่ได้โต้แย้งคัดค้านข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ผู้ฟ้องคดียังให้ถ้อยคําต่อศาลใน
วันไต่สวนดังกล่าวว่า ปัจจุบันผู้ฟ้องคดียังไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๕๙ เนื่องจาก ผู้ฟ้องคดีมีกรณี
พิพาทเกี่ยวกับสิทธิ์ในที่ดินกับ นายดํารง เลิศเกียรติรัชตะ เนื่องจาก นายดํารง ปลูกสร้างบ้านในที่ดินดังกล่าว ก่อนที่ผู้
ฟ้องคดีจะซื้อที่ดินมาจากการขายทอดตลาด ปัจจุบันผู้ฟ้องคดี ได้ยื่นฟ้อง นายดํารง เป็นจําเลยต่อศาล จังหวัด
นครศรีธรรมราช ผู้ฟ้องคดี จึงสร้างรั้วลวดหนามล้อมรอบที่ดิน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มเติม กรณีจึงรับฟังได้ว่า
รั้วลวดหนามที่เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีรื้อถอน นั้น ผู้ฟ้องคดีได้ปลูกสร้างขึ้นภายหลังวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ
โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างจากเจ้าหน้าที่เวนคืน ผู้ฟ้องคดีจึงไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินค่าทดแทนการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
ในส่วนที่เป็นรั้วลวดหนามดังกล่าว ทั้งนี้ ตามมาตรา ๑๘ (๒) แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.
๒๕๓๐
ส่วนข้ออ้างที่ว่า เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทําการสํารวจทรัพย์สินที่ถูกเวนคืนไม่ครบถ้วน ประกอบด้วย
(๑) บ้านพักคนงาน ขนาด ๕ x ๓ เมตร จํานวน ๑ หลัง ราคา ๗๐,๐๐๐ บาท (๒) ต้นมะขามขนาดใหญ่ ๑ ต้น (๓) ต้น
น้อยหน่า ๒ ต้น ซึ่งข้ออ้างในส่วนของน้อยหน่าและต้นมะขาม นั้น เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีทําคําให้การยื่นต่อศาล เมื่อวันที่ ๙
กันยายน ๒๕๔๘ ว่า ต้นไม้ดังกล่าว อยู่นอกแนวเขตที่ดินที่ถูกเวนคืน ต่อมาเมื่อผู้ฟ้องคดีทําคําคัดค้านคําให้การ เมื่อวันที่
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

