Page 313 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 313

ผ -  | ๑๗๗



               นครศรีธรรมราช   เพื่อประโยชน์ในการเกษตรกรรมและการบรรเทาอุทกภัย มีที่ดินราษฎรถูกเขตชลประทานรวม ๓,๔๔๒

               แปลง เนื้อที่ ๓,๘๙๔ ไร่ ๒ งาน ๒๐.๖ ตารางวา ผู้ถูกฟ้องคดีสามารถใช้วิธีการเจรจาปรองดองเพื่อจัดซื้อที่ดินที่ถูกเขต
               ชลประทาน จํานวน ๓,๑๕๖ ราย เนื้อที่ ๓,๖๔๖ ไร่ ๑ งาน ๔๑.๑ ตารางวา คิดเป็นร้อยละ ๙๑.๗ ของที่ดินที่ถูกเขต

               ชลประทานทั้งหมด โดยเจ้าของที่ดินดังกล่าวยินยอมรับราคาค่าทดแทนตามที่คณะกรรมการจัดซื้อฯ กําหนดไว้ในคราว

               ประชุมฯ เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๒ และวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๔  แต่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์  จํานวน ๒๘๒ แปลง

               ไม่ยินยอมตกลงซื้อขายรัฐบาลจึงได้ตราพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดิน  ในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ตําบลทุ่งปรัง

               ตําบลเสาเภา  ตําบลฉลอง  ตําบลเทพราช  และตําบลเปลี่ยน  อําเภอสิชล  จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. ๒๕๔๖

               ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับที่ ๑๒๐ ตอนที่ ๕๕ ก ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๖  มีอธิบดีของผู้ถูกฟ้องคดี เป็น

               เจ้าหน้าที่เวนคืน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาฯ  ต่อมา
               รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีคําสั่ง ที่ ๔๕๙/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๖ แต่งตั้งคณะกรรมการ

               กําหนดราคาเบื้องต้นของอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืน  คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นฯ ได้ประชุม ครั้งที่ ๑/

               ๒๕๔๗  เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๗ กําหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน  โดยคณะ

               กรรมการฯ  เห็นว่า การเวนคืนที่ดินสืบเนื่องจากเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเขตชลประทานบางส่วนไม่ยินยอมตกลงซื้อ

               ขายอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเขตชลประทานกับผู้ถูกฟ้องคดี  จึงต้องประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฯ  ดังนั้น  เพื่อความเป็น
               ธรรมกับเจ้าของที่ดิน  ซึ่งยอมรับราคาค่าทดแทนตามที่คณะกรรมการจัดซื้อฯ กําหนดให้  จึงสมควรกําหนดเงินค่าทดแทน

               อสังหาริมทรัพย์ตามราคาค่าทดแทนที่คณะกรรมการจัดซื้อฯ ได้กําหนดไว้ในคราวประชุมเมื่อ  วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๒

               และวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๔  แต่เนื่องจาก  ราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ  ซึ่งคณะกรรมการจัดซื้อฯ  ใช้เป็นฐานในการ

               กําหนดค่าทดแทนได้มีการปรับเปลี่ยนราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ ในบางหน่วยราคาแล้ว  คณะกรรมการกําหนดราคา

               เบื้องต้นฯ  จึงมีมติให้ปรับราคาค่าทดแทนตามบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ  ปี พ.ศ.๒๕๔๗ - ๒๕๕๐
                              สําหรับที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๕๙ ของผู้ฟ้องคดี  ตั้งอยู่ในท้องที่ตําบลทุ่งปรัง  ตามบัญชีราคาประเมิน

               ทุนทรัพย์ฯ ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ - ๒๕๕๐  เป็นโซน ๐๒ บล็อก เอ โดยกําหนดเป็น ๑๐ หน่วยราคา  คือ  หน่วยที่ ๑  ที่ดินติด

               ทางหลวงหมายเลข ๔๐๑ (นครศรีฯ - สุราษฎร์ธานี) ตั้งแต่เขตตําบลสิชล - สี่แยกจอมพิบูลย์ ระยะ ๔๐ เมตร  ไร่ละ

               ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท  ที่ดินต่อจากหน่วยที่ ๑ ระยะ ๖๐ เมตร ไร่ละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท  หน่วยที่ ๒ ที่ดินติดทางหลวง

               หมายเลข ๔๐๑ (นครศรีฯ - สุราษฎร์ธานี) ตั้งแต่สี่แยกจอมพิบูลย์ - ตําบลเสาเภา ระยะ ๔๐ เมตร ไร่ละ ๘๐๐,๐๐๐ บาท

               ที่ดินติดต่อจากหน่วยที่ ๒ ระยะ ๖๐ เมตร ไร่ละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท  หน่วยที่ ๓   ที่ดินติดทะเล   ระยะ ๕๐ เมตร   ไร่ละ

               ๕๐๐,๐๐๐ บาท  หน่วยที่ ๔  ที่ดินติดถนน  สายจอมพิบูลย์ - ชายทะเล  ระยะ ๔๐ เมตร ไร่ละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท  หน่วย
               ที่ ๕  ที่ดินติดถนนสายคอเขา - ปลายทอน   ระยะ ๔๐ เมตร ไร่ละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท  หน่วยที่ ๖  ที่ดินติดถนนสายปลาย

               ทอน - บางดี  ระยะ ๔๐ เมตร  ไร่ละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท  หน่วยที่ ๗  ที่ดินติดถนนสายทุ่งคา - ถนนทราย  ระยะ ๔๐ เมตร

               ไร่ละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท หน่วยที่  ๘  ที่ดินติดถนนซอยชื่นช้อย  ระยะ ๔๐ เมตร  ไร่ละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท  หน่วยที่ ๙  ที่ดิน

               ติดถนน     ซอยทางสาธารณประโยชน์  ระยะ ๔๐ เมตร ไร่ละ ๘๐๐,๐๐๐ บาท  หน่วยที่ ๑๐ ที่ดินนอกจากหน่วยที่ ๑ -

               ๙  ไร่ละ ๕๐,๐๐๐ บาท  ซึ่งจากบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ ดังกล่าว  คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นฯ  ได้นํามา



                         รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   308   309   310   311   312   313   314   315   316   317   318