Page 316 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 316

๑๘๐ | - ผ



            คดีแล้ว ๓๓๖,๐๒๒.๕๐ บาท จึงเหลือเงินค่าทดแทนที่ต้องจ่ายเพิ่มทั้งสิ้น ๑,๕๗๑,๖๘๗.๕๐ บาท  พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา

            สูงสุดของธนาคารออมสิน
                           คดีมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัย ดังนี้

                           ประเด็นที่หนึ่ง ที่ดินของผู้ฟ้องคดีถูกเวนคืนเนื้อที่เท่าใด

                           ประเด็นที่สอง ผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนให้ผู้ฟ้องคดีถูกต้องและ

            เป็นธรรมหรือไม่ และหากไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม ผู้ฟ้องคดีควรได้รับเงินค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพียงใด

                           สําหรับประเด็นที่ว่า ที่ดินของผู้ฟ้องคดีถูกเวนคืนเนื้อที่เท่าใดนั้น  ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า  ผู้ถูกฟ้องคดีเวนคืน

            ที่ดินของผู้ฟ้องคดี เนื้อที่ ๔ ไร่ ๕๐.๒๘ ตารางวา  แต่เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทําการรังวัดที่ดินส่วนที่ถูกเวนคืนไม่ถูกต้อง

            ทําให้มีหลักฐานปรากฏว่าที่ดินของผู้ฟ้องคดีถูกเวนคืน เนื้อที่ ๒ ไร่ ๒ งาน ๕๙ ตารางวา พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เดิมที่ดิน
            ตามหนังสือรับรองการทําประโยชน์ (น.ส.๓) เลขที่ ๕๙ ออกให้แก่นายจิ้น  แซ่เลี้ยว เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๑๖

            ต่อมาโอนขายให้แก่ นายธวัฒ  วงค์บุญ  และ โอนขายให้ผู้ฟ้องคดีตามลําดับ  ซึ่งตาม น.ส.๓ เลขที่ ๕๙  ระบุว่ามีเนื้อที่

            ๑๕ ไร่  และเมื่อหนังสือรับรองการทําประโยชน์ (น.ส.๓)  ฉบับดังกล่าว เป็นเอกสารหลักฐาน  ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม

            ประมวลกฎหมายที่ดินได้ทําขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่  จึงเป็นเอกสารมหาชน  ซึ่งต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่า  เป็นเอกสาร

            หลักฐานที่ถูกต้องตามนัยมาตรา ๑๒๗ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง  จึงต้องเว้นจึงต้องรับฟังข้อเท็จจริงว่า
            ที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๕๙ มีเนื้อที่ ๑๕ ไร่ ดังนั้น   หากบุคคลใดอ้างว่าไม่ถูกต้องย่อมมีหน้าที่นําเสนอพยานหลักฐานต่อ

            ศาล  เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าว ตามข้อ ๖๔  แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธี

            พิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓  สําหรับคดีนี้  หลังจากได้มีพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน  เพื่อก่อสร้างระบบส่งน้ําและ

            คลองระบายน้ําตามโครงการฝายคลองท่าทนแล้ว  เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีได้มี  หนังสือที่ กษ ๐๓๒๔.๑๔/จด.๑/๐๒/

            ๑๓๔  ลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๔๗  แจ้งการเข้าไปทําการรังวัด และสํารวจเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ
            อสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินอื่น ๆ ที่จะถูกเวนคืนให้ นายธวัฒ  วงค์บุญ  ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์ครอบครองที่ดินในขณะนั้น

            ทราบ นายธวัฒ  วงค์บุญ จึงได้ยื่นคําขอฉบับที่ ๓๗/๔๗ ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๗ ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด

            นครศรีธรรมราช  สาขาสิชล ขอรังวัดแบ่งขายที่ดิน ในส่วนที่ถูกเขตชลประทานให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดี นายดํารงเกียรติ  จอม

            จันทร์ นายช่างรังวัด ๕  เจ้าหน้าที่ในสังกัดสํานักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช  สาขาสิชล  ได้เข้าไปทําการรังวัด

            แบ่งแยกที่ดิน เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๔๘  ผลการรังวัดมีเนื้อที่ที่ดินที่อยู่ในเขตชลประทาน  ซึ่งต้องเวนคืนจํานวน ๒ ไร่

            ๒ งาน ๕๙ ตารางวา  และที่คงเหลือ ๑๒ไร่ ๑ งาน ๔๑ ตารางวา  โดยในวันทําการรังวัดนอกจาก นายธวัฒ และ

            เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี  จะได้ไปร่วมทําการนําชี้แนวเขตที่ดินร่วมกันแล้ว นายประดับ ไพรสุวรรณ เจ้าพนักงานขนส่ง
            ๕  ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสํานักงานการขนส่งทางน้ําที่ ๔  สาขานครศรีธรรมราช  ได้ลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดิน

            บริเวณที่ต้องเวนคืนทางด้านทิศใต้และทิศตะวันออกซึ่งจดคลองท่าหมากและคลองเทพาว่า  มิได้นํารังวัดรุกล้ําคลองท่า

            หมากและคลองเทพา  ซึ่งจากข้อเท็จจริงในการรังวัดที่ดินดังกล่าว  เห็นว่า นายดํารงเกียรติ  จอมจันทร์ ผู้ทําการรังวัด

            นอกจากจะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดสํานักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช  ซึ่งมีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายในการ

            ดําเนินการดังกล่าวแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าว  ก็มิได้มีส่วนได้เสียในการเวนคืนที่ดินในคดีนี้ อีกทั้ง นายธวัฒ  วงค์



                      รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   311   312   313   314   315   316   317   318   319   320   321