Page 321 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 321
ผ - | ๑๘๕
ที่ ๙.๑ ที่บ้าน ที่สวน กําหนดเงินค่าทดแทนไร่ละ ๘๐,๐๐๐ บาท ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ ส่วนที่ดินนอกจาก
หน่วยที่ ๙.๑ เป็นที่ดินหน่วยงานที่ ๙.๒ กําหนดเงินค่าทดแทนไร่ละ ๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเท่ากับราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ
ที่ดินของผู้ฟ้องคดีนอกจากจะไม่ติดถนนซอยทางสาธารณะ ในระยะ ๑๐๐ เมตรแล้ว บริเวณเนื้อที่ที่ดินที่ถูกเวนคืนยังเป็น
ที่ดินที่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ ไร่ละ ๕๐,๐๐๐ บาท แต่คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นฯ กําหนดค่าทดแทนที่ดิน
ในส่วนที่เป็นที่ดินบ้านและที่ดินสวน เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน ๕๙ ตารางวา ให้ไร่ละ ๘๐,๐๐๐ บาท ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินทุน
ทรัพย์ฯ ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๕๐ ส่วนที่ดินเนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน มีสภาพเป็นที่ดินนากุ้ง กําหนดค่าทดแทนให้ไร่ละ
๕๐,๐๐๐ บาท เท่ากับราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๕๐ กรณีจึงได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดเงินค่าทดแทน
ที่ดินให้ผู้ฟ้องคดี โดยได้พิจารณาถึงสภาพทําเลที่ตั้งที่ดินที่ถูกเวนคืนแล้ว นอกจากนั้น ข้อเท็จจริงในสํานวนคดียังรับฟังได้
ว่า ที่ดินตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๕๙ มีเนื้อที่ ๑๕ ไร่ แต่ถูกเวนคืนเนื้อที่เพียง ๒ ไร่ ๒ งาน ๕๙ ตารางวา ซึ่งนอกจากจะถูก
เวนคืนเพียงส่วนน้อยแล้วยังเป็นการเวนคืนที่ดินตามแนวเขตที่ดิน จึงไม่ทําให้รูปที่ดินในส่วนที่เหลือจากการเวนคืน
เสียหาย แต่กลับทําให้ที่ดินของผู้ฟ้องคดีซึ่งเดิมติดคลองตามธรรมชาติกลายเป็นที่ดินที่ติดคลองชลประทาน ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดี
ได้ทําการก่อสร้าง เพื่อเป็นระบบส่งน้ําและระบบระบายน้ํา เพื่อใช้ในการเกษตรกรรมของราษฎรในพื้นที่ดังกล่าว และ
จากการไต่สวนผู้ฟ้องคดี เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๐ ผู้ฟ้องคดีให้ถ้อยคําว่า ผู้ฟ้องคดีใช้ประโยชน์ในที่ดินตาม น.ส. ๓
เลขที่ ๒๔๔ ทํานากุ้ง โดยนําน้ําจากคลองทุ่งคา ซึ่งเป็นคลองในโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ําและระบบระบายน้ําของผู้ถูก
ฟ้องคดีมาใช้ประโยชน์ในการทํานากุ้ง ดังนั้น นอกจากผู้ฟ้องคดีจะเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์จากการเวนคืนที่ดิน เพื่อก่อสร้าง
โครงการชลประทานดังกล่าวแล้ว การก่อสร้างระบบส่งน้ํา และระบบระบายน้ําตามโครงการฝายคลองท่าทน ของผู้ถูก
ฟ้องคดี ยังเป็นการจัดทําบริการสาธารณะของผู้ถูกฟ้องคดี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกษตรกรในเขตชลประทาน ได้มี
น้ําใช้ในการทําการเกษตร รวมทั้งเพื่อการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ดังกล่าว หาได้เวนคืนที่ดินเพื่อแสวงหาผลกําไรทาง
ธุรกิจ แต่อย่างใดไม่ ดังนั้น การกําหนดเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดี นอกจากจะต้องคํานึงถึงหลักเกณฑ์ตามที่
กําหนดไว้ในมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๑) – (๕) แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ แล้ว
ยังจะต้องคํานึงถึงความเป็นธรรม ทั้งในส่วนของผู้ถูกเวนคืนและสังคมตามที่กําหนดไว้ ในมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง แห่ง
พระราชบัญญัติดังกล่าวประกอบเข้าด้วยกัน กรณีจึงถือว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้กําหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้ผู้ฟ้องคดีถูกต้อง
และเป็นธรรมแล้ว ข้ออ้างของผู้ฟ้องคดีกรณีค่าทดแทนที่ดิน จึงไม่อาจรับฟังได้
ส่วนค่าทดแทนโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างและต้นไม้ซึ่งผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดเงินค่า
ทดแทนไม่ถูกต้องทั้งจํานวนเงินค่าทดแทนและการสํารวจทรัพย์สินไม่ครบถ้วน จึงต้องพิจารณาข้ออ้างของผู้ฟ้องคดี
ตามลําดับ ดังนี้
ในส่วนของค่าทดแทนโรงเรือน ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว ขนาด ๘ x ๙ ตารางเมตร ผู้ฟ้องคดีขอให้ผู้ถูก
ฟ้องคดีเวนคืน โดยการเรียกร้องค่าทดแทนจํานวน ๖๐๐,๐๐๐ บาท โดยผู้ฟ้องคดีอ้างว่า บ้านอยู่ใกล้แนวเขตคลอง
ชลประทาน อาจพังทลายจากแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรขนาดใหญ่ และจากการกัดเซาะของน้ํา จึงไม่อาจใช้
ประโยชน์ได้ ซึ่งในประเด็นนี้ผู้ฟ้องคดีให้การว่าโรงเรือนดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในเขตที่ดินที่จะต้องเวนคืนจึงไม่อาจกําหนดค่า
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

