Page 311 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 311

ผ -  | ๑๗๕



               เลขที่ ๕๙  ว่า หลังการเวนคืนเนื้อที่ ๒ ไร่ ๒ งาน ๕๙ ตารางวาแล้ว  มีเนื้อที่ที่ดินคงเหลือเท่าใด ผู้ฟ้องคดีจะจัดส่งผลการ

               รังวัดตรวจสอบเนื้อที่ดังกล่าวให้ศาลทราบต่อไป
                              ส่วนรั้วลวดหนามซึ่งผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่า เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีรื้อทําลายรั้วลวดหนามเสียหาย

               จํานวน ๕,๐๐๐ บาท นั้น  เป็นรั้วลวดหนามซึ่งมีผู้ฟ้องคดีทํากั้นแนวเขตที่ดินระหว่างที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๑๔๙ ของ

               นางกุศล  วรรณเกื้อ กับที่ดินตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๕๙ โดยรั้วลวดหนามในส่วนที่ถูกรื้อถอนดังกล่าว  อยู่ในแนวเขตที่ดินที่

               ถูกเขตเวนคืน

                              ส่วนค่ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินเนื้อที่ ๓ งาน ๖๓ ตารางวา ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดเป็นค่ารื้อย้ายบ่อ

               กุ้ง จํานวน ๓๓,๒๕๐ บาท  ค่าต้นมะพร้าว ๕ ต้น จํานวน ๔,๒๕๐ บาท ค่ารื้อถอนโรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง จํานวน ๓๔,๐๘๐

               บาทท  ปัจจุบันผู้ถูกฟ้องคดียังไม่ได้จ่ายเงินค่าทดแทนดังกล่าว  ให้แก่ผู้ฟ้องคดี
                              ส่วนค่าทดแทนที่ผู้ฟ้องคดี  ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายเพิ่มเติม  ประกอบด้วย  บ้านพักคนงาน ขนาด ๕ x ๓

               ตารางเมตร  ต้นมะขาม ๒ ต้น  ต้นน้อยหน่า ๒ ต้น  ทรัพย์สินดังกล่าวอยู่ในแนวเขตเวนคืนที่ดิน  แต่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ได้

               กําหนดให้  โดยทั้งต้นมะขามและต้นน้อยหน่าปลูกมาก่อนที่ผู้ฟ้องคดีจะซื้อที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว   แต่ผู้ฟ้องคดีไม่

               ทราบอายุการปลูก ส่วนบ้านตึกชั้นเดียว ขนาด  ๘ x  ๙ ตารางเมตร นั้น  เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้แนวเขตคลองชลประทาน

               ประมาณ ๕ เมตร  อาจจะพังเสียหายจากการก่อสร้างคลองชลประทานดังกล่าว  ปัจจุบันคลองชลประทานในบริเวณที่ดิน
               ของผู้ฟ้องคดีได้ทําการก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี ๒๕๔๘  โดยบ้านหลังดังกล่าวก็ไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด

                              ผู้ถูกฟ้องคดีมอบหมายให้ นางวีระวรรณ  ยอดแก้ว  เจ้าหน้าที่จัดหาที่ดิน ๖ ว.   มาให้ถ้อยคําต่อศาล

               ความว่า  เงินค่าทดแทนที่ดินที่กําหนดให้แก่ผู้ฟ้องคดีและ นางกุศล  วรรณเกื้อ นั้น คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นฯ

               ได้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ปรากฏในเอกสารที่นําส่งศาลหมายเลข ๑ ส่วนการพิจารณาอุทธรณ์เงินค่าทดแทนให้แก่ผู้

               ถูกเวนคืน นั้น  คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์  ได้พิจารณาอุทธรณ์เงินค่าทดแทนให้แก่  ผู้ฟ้องคดีตามเอกสารที่นําส่ง
               ศาลหมายเลข ๒ ส่วนค่าทดแทนรั้วลวดหนาม นั้น  พยานให้ถ้อยคําว่า เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกห้องคดี  ได้มีหนังสือลงวันที่ ๑๔

               พฤษภาคม ๒๕๔๗  แจ้งให้ นายธวัฒ  วงค์บุญ ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์ครอบครองที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๕๙ ก่อนที่จะโอนมา

               เป็นของผู้ฟ้องคดีทราบว่า เจ้าหน้าที่จะเข้าไปทําการรังวัด  เพื่อสํารวจทรัพย์สินที่ถูกเวนคืน  ต่อมาเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้อง

               คดี  ได้เข้าไปสํารวจทรัพย์สินที่ต้องเวนคืน  เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๗ ปรากฏทรัพย์สินมีเพียงสิ่งปลูกสร้าง

               ประกอบด้วยบ้าน ๑ หลัง บ่อกุ้ง ขนาด ๔๐ x ๕๐ เมตร ต้นมะพร้าวขนาดใหญ่ ๓ ต้น  แต่ไม่ปรากฏรั้วลวดหนามตามที่ผู้

               ฟ้องคดีอ้าง พยานเข้าใจว่าเมื่อผู้ฟ้องคดีซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดแล้ว  ผู้ฟ้องคดีมีกรณีพิพาทกับผู้ที่อยู่ในที่ดินเดิมผู้

               ฟ้องคดีจึงได้ก่อสร้างรั้วลวดหนามล้อมรอบที่ดินดังกล่าว จึงเป็นการก่อสร้างหลังการเวนคืนและหลังจากเจ้าหน้าที่ของผู้ถูก
               ฟ้องคดีได้เข้าไปทําการรังวัดสํารวจทรัพย์สินที่ถูกเวนคืนในที่ดินดังกล่าวแล้ว

                              ส่วนเงินค่าทดแทนบ้านพักคนงาน ขนาด ๕ x  ๓ เมตร นั้น คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เงินค่า

               ทดแทนได้กําหนดเงินค่าทดแทนบ้านพักคนงาน  ให้แก่ผู้ฟ้องคดี จํานวน ๒๖,๐๙๖.๔๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย โดยเจ้าหน้าที่

               ได้มีหนังสือแจ้งการนําเงินจํานวนดังกล่าว  ไปฝากธนาคารออมสิน สาขาสิชล ให้แก่ผู้ฟ้องคดีแล้ว   ส่วนต้นมะขามขนาด

               ใหญ่ จํานวน ๒ ต้น  ต้นน้อยหน่าขนาดใหญ่ จํานวน ๒ ต้น นั้น  เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีได้ไปสํารวจข้อเท็จจริงในพื้นที่



                         รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   306   307   308   309   310   311   312   313   314   315   316