Page 312 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 312

๑๗๖ | - ผ



            แล้ว ปรากฏว่าต้นไม้ดังกล่าวอยู่นอกแนวเขตเวนคืนที่ดิน จึงไม่ได้กําหนดเงินค่าทดแทนในส่วนดังกล่าวให้แก่ผู้ฟ้องคดี

            ส่วนบ้านชั้นเดียว ขนาด ๘ x ๙ ตารางเมตร  ซึ่งผู้ฟ้องคดีอ้างว่าอยู่ใกล้แนวเขตคลองชลประทาน  อาจได้รับความเสียหาย
            นั้น  เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วไม่เป็นไปตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้าง คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เงินค่าทดแทนจึงไม่อนุมัติ

            ค่าทดแทนในส่วนดังกล่าว ส่วนค่ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิ์ เนื้อที่ ๓ งาน ๖๓ ตารางวา ประกอบไป

            ด้วยค่าทดแทนบ่อกุ้ง จํานวน ๓๓,๒๕๐ บาท   ค่าทดแทน  ต้นมะพร้าว ๕ ต้น จํานวน ๔,๒๕๐ บาท  ค่าขนย้ายสิ่งปลูก

            สร้าง จํานวน ๓๔,๐๘๐ บาท นั้น   ผู้ถูกฟ้องคดีได้กําหนดเงินค่าทดแทนดังกล่าวให้แล้ว   แต่ผู้ถูกฟ้องคดียังไม่ได้จ่ายเงิน

            ดังกล่าวให้แก่ผู้ฟ้องคดี   เนื่องจากยังมีกรณีฟ้องคดีระหว่างผู้ฟ้องคดีกับ นายดํารง  เลิศเกียรติรัชตะ ซึ่งหากศาลมีคํา

            พิพากษาถึงที่สุดแล้ว  ผู้ถูกฟ้องคดีจะจ่ายเงินค่าทดแทนดังกล่าวให้แก่ผู้มีสิทธิ์ต่อไป

                           ศาลได้มีคําสั่งให้สํานักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราชชี้แจงตามประเด็นที่ศาลกําหนด สํานักงาน
            บังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มีหนังสือ ที่ ยธ ๐๕๑๙.๐๑ (๒) /๐๐๓๕๗  ลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๑  ชี้แจงว่า  การ

            ขายทอดตลาดที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๕๙ เนื้อที่ ๑๕ ไร่ มีสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านชั้นเดียว จํานวน ๑ หลัง และที่ดินตาม

            น.ส.๓ เลขที่ ๒๔๔ เนื้อที่ ๑๑ ไร่ ๓ งาน ๖๐ ตารางวา เป็นที่ดินนากุ้ง   โดยเจ้าพนักงานบังคับคดี  ได้ตั้งราคาเบื้องต้นของ

            ที่ดินตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๕๙ เป็นเงิน ๙๐๐,๐๐๐ บาท บ้านตึกชั้นเดียว ราคา ๑๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่ดินตาม น.ส. ๓

            เลขที่ ๒๔๔ ราคา ๗๑๔,๐๐๐ บาท   โดยขายแบบขายรวมกันทั้งสองแปลงโดยการขายทอดตลาด  ครั้งที่ ๑๑ เมื่อวันที่
            ๒๐ สิงหาคม ๒๕๔๗  ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้เสนอราคาสูงสุดในราคา ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท  สํานักงานบังคับคดีจังหวัด

            นครศรีธรรมราช  จึงได้ตกลงขายให้แก่ผู้ฟ้องคดี

                           ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือลงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๑ แจ้งต่อศาลว่า ผู้ฟ้องคดีร่วมกับนายประวัติ หัวหน้า

            ส่วนดูแลโครงการชลประทานส่วนคลองท่าทน นายสุนทร หัวหน้าดูแลบํารุงรักษาโครงการคลองท่าทน  และนายอนันต์

            นายช่างสํารวจและตรวจสอบแนวเขตชลประทานที่ ๑๕  ได้ทําการสํารวจ  โดยส่องกล้องรังวัดและปักหลักแสดงแนวเขตที่
            ถูกเวนคืนแล้ว   แผนที่ปักปันแนวเขตชลประทานได้เนื้อที่  ที่ดินที่เป็นเขตชลประทาน ๒ ไร่ ๒ งานเศษ  ใกล้เคียงกับที่ดิน

            ที่เจ้าหน้าที่ได้เวนคืน

                           ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๒ แจ้งต่อศาล  ว่า  คดีระหว่างผู้ฟ้องคดี กับ  นายดํารง

            เลิศเกียรติรัชตะ ถึงที่สุดแล้วเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๒ โดยศาลอุทธรณ์ภาค ๘  ได้มีคําพิพากษาในคดีหมายเลขแดง

            ที่ ๒๒๑๗/๒๕๕๑  พิพากษายืนตามคําพิพากษาศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ นายดํารง รื้อถอนและขนย้ายทรัพย์สิน

            พร้อมบริวารออกจากที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๕๙

                           ศาลออกนั่งพิจารณาคดีเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๒  โดยได้รับฟังสรุปข้อเท็จจริงของตุลาการ
            เจ้าของสํานวน  และคําชี้แจงด้วยวาจาประกอบคําแถลงการณ์ของตุลาการผู้แถลงคดีด้วยแล้ว

                           ศาลได้ตรวจพิจารณาเอกสารทั้งหมดในสํานวนคดี รวมทั้งได้ตรวจพิจารณาบทกฎหมาย ระเบียบ

            ข้อบังคับ ฯลฯ  ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยแล้ว

                           ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีจัดทําโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ํา และระบายน้ําตามโครงการฝาย

            คลองท่าทน  ในท้องที่ตําบลทุ่งปรัง  ตําบลเสาเภา  ตําบลฉลอง  ตําบลเทพราช  และตําบลเปลี่ยน อําเภอสิชล  จังหวัด



                      รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   307   308   309   310   311   312   313   314   315   316   317