Page 309 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 309
ผ - | ๑๗๓
ถูกฟ้องคดีระบุเพียง ๒ ไร่ ๒ งาน ๕๙ ตารางวา และระบุรายการทรัพย์สินที่ถูกเวนคืนไม่ครบถ้วน โดยไม่ได้ระบุบ้านพัก
คนงาน ขนาด ๕ x ๓ ตารางเมตร จํานวน ๑ หลัง ต้นมะขามขนาดใหญ่ จํานวน ๑ ต้น ต้นน้อยหน่า จํานวน ๒ ต้น ต้น
มะพร้าว จํานวน ๕ ต้น ดังนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือ ที่ กษ ๐๓๒๔.๑๔/๒๓๑ ลงวันที่ ๑๑
กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีไปรับเงินค่าทดแทน ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าเนื้อที่ที่ดินและรายการทรัพย์สินไม่ถูกต้อง จึงไม่
ไปรับเงินค่าตอบแทน และได้มีหนังสือลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๘ อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ เพื่อขอค่าทดแทนทรัพย์สินเพิ่ม ต่อมาเจ้าหน้าที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๔๘ แจ้ง
การวางเงินและมีหนังสือลงวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๘ แจ้งการเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้ฟ้องคดี นอกจากนั้น
เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดียังได้ทําลายรั้วลวดหนามของผู้ฟ้องคดีจํานวน ๒๐ ต้น จึงขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายเงินค่าทดแทนใน
ส่วนของรั้วลวดหนามดังกล่าวต้นละ ๒๕๐ บาท รวมเป็นเงินค่าทดแทนในส่วนนี้จํานวน ๕,๐๐๐ บาท
ส่วนทําเลที่ตั้งที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๕๙ นั้น มีคลองล้อม ๓ ด้าน คือ ด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศ
ตะวันออก และยังติดกับที่ดินของ นางกุศล วรรณเกื้อ และที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๒๔๔ ซึ่งเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดี และมี
ถนนสายบ้านปลายทอน - บ้านบางดี ตัดผ่านที่ดินตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๒๔๔ ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีวินิจฉัยว่า ที่ดินของผู้
ฟ้องคดีไม่ติดถนนจึงไม่ถูกต้อง และที่ดินแปลงดังกล่าวได้มาจากการขายทอดตลาด โดยสํานักงานบังคับคดีจังหวัด
นครศรีธรรมราช ซึ่งมีการประมูลแข่งขันราคา จึงเป็นราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม และเป็นราคาซื้อขายกันตามปกติใน
ท้องตลาดของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ ที่ผู้ถูกฟ้องคดีใช้ในการกําหนดค่าทดแทน
ให้แก่ผู้ฟ้องคดี นอกจากนั้น นาย Robert B. Ross ได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๘ ขอซื้อในราคา ๘ ล้าน
บาท และผู้ถูกฟ้องคดี ยังได้ตกลงซื้อขายที่ดินรายนางกุศล วรรณเกื้อ ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของผู้ฟ้องคดีในราคาไร่ละ
๖๐๐,๐๐๐ บาท การที่ผู้ฟ้องคดีขอเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนไร่ละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ได้เป็นราคาที่สูงเกินจริง
ส่วนกรณีที่ดินที่ถูกเวนคืนเนื้อที่ ๓ งาน ๖๓ ตารางวา นั้น เป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ดินตาม น.ส. ๓
เลขที่ ๕๙ ของผู้ฟ้องคดี และไม่มีสภาพเป็นป่าชายเลนแต่เป็นที่สวนและนากุ้งทั้งแปลง ซึ่งผู้ฟ้องคดีเป็นโจทย์ฟ้องนาย
ดํารงเป็นจําเลยต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช และศาลได้มีคําพิพากษาแล้ว จึงขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดิน
ในส่วนนี้ให้แก่ผู้ฟ้องคดี ส่วนกรณีที่ผู้ฟ้องคดี ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดค่าทดแทนบ้านชั้นเดียว ขนาด ๘ x ๙ ตารางเมตร
จํานวน ๑ หลัง นั้น เนื่องจากบ้านดังกล่าวนอกจากจะอยู่ใกล้แนวเขตคลองชลประทานแล้ว โครงสร้างของบ้านไม่ได้มีการ
ฝังเสาเข็ม เนื่องจากไม่ได้ก่อสร้างมาเพื่ออยู่ติดแนวคลอง ประกอบกับพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นดินทรายจับตัวกันอย่าง
หลวม ๆ จึงมีโอกาสพังทลายหรือเสียหายจากการทํางานของเครื่องจักร และการกัดเซาะของน้ําได้ ผู้ถูกฟ้องคดี จึงควร
เวนคืนด้วย เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย แต่หากไม่สามารถกําหนดเงินค่าทดแทนให้ได้ ก็ขอให้สร้างทํานบ
คอนกรีตกั้นน้ํา เพื่อป้องกันการพังทลายของตลิ่งในบริเวณดังกล่าว
ผู้ถูกฟ้องคดีให้การเพิ่มเติม สรุปความว่า ที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๕๙ นั้น ผู้ฟ้องคดีซื้อมาจากการขาย
ทอดตลาด พร้อมกับที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๒๔๔ และแม้ว่าที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๒๔๔ อยู่ติดถนนสายบ้านปลายทอน -
บ้านบางดี แต่บริเวณที่ดิน ในส่วนที่ถูกเวนคืนเป็นที่ดินไม่ติดถนนมีราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ ไร่ละ ๕๐,๐๐๐ บาท แต่ผู้ถูก
ฟ้องคดีจ่ายเงินค่าทดแทนให้ไร่ละ ๘๐,๐๐๐ บาท จึงเหมาะสมและเป็นธรรมกับผู้ฟ้องคดีและสังคมแล้ว ส่วนบ้านพัก
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

