Page 310 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 310
๑๗๔ | - ผ
คนงาน จํานวน ๑ หลังนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้วินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว กําหนดเงินค่าทดแทนให้
จํานวน ๒๖,๐๙๖.๔๐ บาท ซึ่งอยู่ระหว่างการแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีมารับเงินค่าทดแทนดังกล่าว
ส่วนกรณีการรังวัดที่ดิน และการคํานวณเนื้อที่ที่ดินนั้น เจ้าหน้าที่กรมที่ดินได้ทําการรังวัดและใช้สูตร
คณิตศาสตร์ ในการคํานวณเนื้อที่เช่นเดียว กับวิธีการของผู้ฟ้องคดีได้เนื้อที่ที่ถูกเวนคืน ๒ ไร่ ๒ งาน ๕๙ ตารางวา การ
รังวัดและการคํานวณเนื้อที่ที่ดินที่ถูกเวนคืนจึงถูกต้องแล้ว ส่วนที่ดินที่ถูกเวนคืนเนื้อที่ ๓ งาน ๖๓ ตารางวา นั้น
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกับสํานักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาสิชล แล้ว เป็นที่ดินอยู่นอกเขต น.ส. ๓ เลขที่ ๕๙
จึงเป็นที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นฯ กําหนดค่าทดแทนเป็นค่ารื้อถอนฯ จํานวน ๗๑,๕๘๐
บาท โดยผู้ถูกฟ้องคดีจะจ่ายค่ารื้อถอนดังกล่าวให้แก่ผู้มีสิทธิ์ตามคําพิพากษาของศาลต่อไป ส่วนกรณีที่ผู้ฟ้องคดีขอให้จ่าย
ค่าทดแทนบ้านชั้นเดียวขนาด ๘ x ๙ เมตร จํานวน ๑ หลังนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีเห็นว่า การก่อสร้างโครงการชลประทานในคดี
นี้ได้ ออกแบบด้านวิศวกรรมโดยได้กันเขตคลองไว้ห่างพอสมควร เพื่อป้องกันความเสียหายจากการกัดเซาะชายตลิ่ง
พังทลาย ข้ออ้างของผู้ฟ้องคดีเป็นแต่เพียงความคาดหมายที่ไม่แน่นอน ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่จําเป็นต้องจ่ายค่าทดแทนในส่วน
นี้ ส่วนค่าทดแทนรั้วลวดหนาม จํานวน ๕,๐๐๐ บาท นั้น เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีไม่ได้ทําให้รั้วลวดหนามของผู้ฟ้องคดี
เสียหายตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างแต่อย่างใด ศาลไต่สวนผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๐ ผู้ฟ้องคดี
ให้ถ้อยคําความว่าที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๕๙ ผู้ฟ้องคดี ได้สิทธิ์ครอบครองจากการขายทอดตลาดของสํานักงานบังคับคดี
จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๔๗ โดยซื้อพร้อมกับที่ดิน ตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๒๔๔ เนื้อที่ ๑๑ ไร่
๓ งาน ๖๐ ตารางเมตร ราคา ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ที่ดินมีสภาพเป็นที่สวนและที่นากุ้ง โดยที่ดินทั้งสองแปลงตั้งติดต่อกัน
ที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๒๔๔ อยู่ติดทางสาธารณะเป็นทางลูกรังกว้างประมาณ ๔ เมตร ยางประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร
เชื่อมต่อกับถนนสายนครศรีธรรมราช - สุราษฎร์ธานี นอกจากนั้น ที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๒๔๔ ยังมีถนนสายบ้านปลาย
ทอน - บางดี ตัดผ่านที่ดิน เป็นถนนลาดยางกว้างประมาณ ๘ เมตร ส่วนที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๑๔๙ ของ นางกุศล
วรรณเกื้อ นั้น ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกและตั้งอยู่ติดถนนสายบ้านปลายทอน - บางดี ตามแผนผังที่ตั้งที่ดินที่นําเสนอศาล
ปัจจุบันผู้ฟ้องคดี ใช้ประโยชน์ในที่ดินตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๒๔๔ ทํานากุ้ง โดยนําน้ําจากคลองทุ่งคา ซึ่งเป็นคลองใน
โครงการก่อสร้างระบบชลประทานในคดีนี้ มาใช้ในการทํานากุ้ง ส่วนที่ดิน ตาม น.ส.๓ เลขที่ ๕๙ ผู้ฟ้องคดีไม่ได้ใช้
ทําประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากยังมีกรณีพิพาทกับ นายดํารง เลิศเกียรติรัชตะ ซึ่งปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินอยู่ก่อนที่ผู้ฟ้อง
คดีจะซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีจึงได้ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายและขับไล่ นายดํารง และบริวาร ออกจากที่ดิน
ดังกล่าว และศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีคําพิพากษาให้ นายดํารง รื้อถอนและขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดิน
ดังกล่าว คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ส่วนรั้วลวดหนามนั้น ผู้ฟ้องคดีก่อสร้างล้อมรอบที่ดินเพื่อป้องกันการ
บุกรุกเพิ่มเติม
สําหรับที่ดินที่ถูกเวนคืนนั้น เป็นที่ดินบริเวณทิศใต้ ติดกับคลองเทพา ผู้ถูกฟ้องคดีรังวัดไม่ถูกต้อง ทําให้
ได้เนื้อที่ที่ถูกเวนคืนเพียง ๒ ไร่ ๒ งาน ๕๙ ตารางวา แท้จริงแล้วถูกเวนคืน ๔ ไร่ ๕๐.๒๘ ตารางวา และเพื่อพิสูจน์
ข้อเท็จจริงดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีจะไปดําเนินการยื่นคําร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดินฯ เพื่อรังวัดตรวจสอบเนื้อที่ที่ดินตาม น.ส.๓
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

