Page 307 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 307

ผ -  | ๑๗๑



               ๒๑ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐  มีราคาเท่ากับราคาประเมินทุน

               ทรัพย์ฯ  ส่วนราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์ในการเสียภาษีบํารุงท้องที่ ตามนัยมาตรา ๒๑ (๒) มี
               ราคาต่ํากว่าราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ  ส่วนราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิ์และนิติกรรมของกรมที่ดินตาม

               นัยมาตรา ๒๑ (๓)  เห็นว่าขณะที่พระราชกฤษฎีกาฯ  มีผลบังคับใช้ ราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ มีราคาต่ําไม่

               เป็นธรรมกับผู้ถูกเวนคืน  จึงให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ ปี พ.ศ.๒๕๔๗  – ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาประเมิน

               ทุนทรัพย์ฯ ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ อีกทั้งยังเป็นราคาเดียวกันกับราคาซื้อขายในชั้นเจรจาปรองดองซื้อขายที่ดินที่ถูกเขต

               ชลประทานก่อนมีพระราชกฤษฎีกาฯ  ส่วนสภาพและทําเลที่ตั้งที่ดินตามนัยมาตรา ๒๑ (๔) นั้น  ที่ดินที่ถูกเขตชลประทาน

               เป็นที่ดินสวนใช้ทําการเกษตรไม่ได้เป็นแหล่งชุมชนการค้า จึงไม่มีเหตุเพิ่มค่าทดแทนเป็นพิเศษ  ส่วนเหตุและวัตถุประสงค์

               ของการเวนคืนตามนัยมาตรา ๒๑ (๕) เป็นการเวนคืนเพื่อก่อสร้างระบบชลประทานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ จึงไม่มี
               เหตุที่ต้องพิจารณาค่าทดแทนเพิ่มเป็นพิเศษคณะกรรมการฯ  จึงได้กําหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่ผู้ถูกเวนคืนตามราคาที่

               ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายโดยวิธีเจรจาปรองดองซื้อขายที่ดินที่ถูกเขตชลประทาน  แต่มีเจ้าของที่ดิน  จํานวน ๒๖ ราย จากทั้งหมด

               ๒๘๒ ราย ไม่พอใจเงินค่าทดแทนที่กําหนดให้  จึงได้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ส่วนทดแทน

               ต้นไม้  ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายค่าทดแทนตามบัญชีกําหนดราคาค่าทดแทนต้นไม้ในบริเวณที่ที่จะเวนคืนฯ ในโครงการฝายคลอง

               ท่าทน อําเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนค่าทดแทนโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายค่าทดแทน
               ตามบัญชีมาตรฐานราคาค่าทดแทนรื้อย้าย ประจําปี ๒๕๔๓

                              สําหรับที่ดินของผู้ฟ้องคดีตาม น.ส.๓ เลขที่ ๕๙ นั้น มีเนื้อที่ ๑๕ ไร่ ถูกเวนคืน ๒ ไร่  ๒ งาน  ๕๙

               ตารางวา เป็นที่ดินโซนที่ ๒ บล็อก เอ หน่วยที่ ๙ โดยที่ดินส่วนแรก เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน ๕๙ ตารางวา เป็นที่ดินสวนและที่

               อยู่อาศัย จึงเป็นที่ดินในหน่วยที่ ๙.๑ กําหนดค่าทดแทนให้ไร่ละ ๘๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นเงิน ๑๑๑,๘๐๐ บาท ที่ดินส่วนที่

               สอง เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน เป็นที่นาและนากุ้ง เป็นที่ดินในหน่วยที่ ๙.๒ กําหนดค่าทดแทนให้ไร่ละ ๕๐,๐๐๐ บาท คิดเป็น
               เงิน ๖๒,๕๐๐ บาท และกําหนดค่าทดแทนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้ จํานวน ๑๒๐,๔๒๒.๕๐ บาท ค่าทดแทนบ่อกุ้ง

               จํานวน ๓๘,๗๕๐ บาท และค่าทดแทนต้นไม้ จํานวน ๒,๕๕๐ บาท  ทั้งนี้ ตามประกาศโครงการฝายคลองท่าทน ลงวันที่

               ๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๗ หัวหน้าฝ่ายจัดหาที่ดิน ๑๕ ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่เวนคืน ได้มีหนังสือ ที่ กษ

               ๐๓๒๔.๑๔/๒๓๑ ลงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีไปรับเงินค่าทดแทน  แต่ผู้ฟ้องคดีไม่ไปรับเงินภายใน

               ระยะเวลาที่กําหนด เจ้าหน้าที่จึงได้นําเงินค่าทดแทน จํานวน ๓๓๖,๐๒๒.๕๐ บาท ไปฝากไว้กับธนาคารออมสิน สาขาสิ

               ชล เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๔๘ โดยระบุว่าฝากให้ผู้ฟ้องคดีและได้มีหนังสือ ที่ กษ ๐๓๒๔.๑๔/จด.๑/๔๗๐ ลงวันที่

               ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๔๘ แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบ
                             สําหรับกรณีที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นฯ กําหนดค่าทดแทนที่ดินให้ต่ํา

               เกินไป เนื่องจากที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นที่ดินติดถนนสาธารณะติดทะเล มีคลองล้อมรอบ ๓ ด้าน ควรกําหนดราคาไร่ละ

               ๓๐๐,๐๐๐ บาท นั้น ผู้ถูกฟ้องคดีเห็นว่า ตามหนังสือรับรองการทําประโยชน์ (น.ส.๓) เลขที่ ๕๙ ไม่ปรากฏว่าที่ดินติดถนน

               สาธารณประโยชน์ และจากการสํารวจสภาพที่ดินปรากฏว่ามีที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๒๔๔ และเลขที่ ๑๔๙ ตั้งคั่นอยู่

               ระหว่างถนนสาธารณประโยชน์กับที่ดินของผู้ฟ้องคดีและไม่มีด้านใดติดทะเล เพียงแต่ติดปากคลองซึ่งเป็นป่าชายเลนที่จะ



                         รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   302   303   304   305   306   307   308   309   310   311   312