Page 306 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 306
๑๗๐ | - ผ
ทดแทนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน ๑๕๙,๑๗๒.๕๐ บาท รวมเงินค่าทดแทนทั้งสิ้น ๓๓๖,๐๒๒.๕๐ บาท ผู้ฟ้องคดี
เห็นว่าการกําหนดเงินค่าทดแทนดังกล่าวไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม กล่าวคือ ในส่วนของค่าทดแทนที่ดินซึ่งเป็นที่ดิน
สวนและที่อยู่อาศัย เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน ๕๙ ตารางวา กําหนดให้ไร่ละ ๘๐,๐๐๐ บาท และที่ดินส่วนที่เป็นที่ดินนาและนา
กุ้ง เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน กําหนดให้ไร่ละ ๕๐,๐๐๐ บาท ไม่เป็นธรรม เนื่องจากที่ดินของผู้ฟ้องคดีตั้งอยู่ติดถนนสายบ้านบาง
ดี-ปลายทอน ระยะ ๑๐๐ เมตร และอยู่ติดคลอง ๓ ด้าน ทําให้การคมนาคมสะดวก อีกทั้งยังอยู่ใกล้ชายทะเลเหมาะกับ
การทําประมง จึงมีราคาซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดเฉลี่ยต่อไร่สูงกว่าราคาที่คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นฯ
กําหนดให้ดังจะเห็นได้จากราคาซื้อขายซึ่งสํานักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราชกําหนดราคาซื้อขายไว้ในราคาเฉลี่ยไร่
ละ ๑๖๐,๐๐๐ บาท และผู้ถูกฟ้องคดีควรกําหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้มีราคาเดียวกันทั้งแปลง นอกจากนั้นเนื้อที่ที่ดินที่
ถูกเวนคืนก็ไม่ถูกต้อง เนื่องจากที่ดินที่ถูกเวนคืนมีทั้งสิ้น ๔ ไร่ ๕๐.๒๘ ตารางวา โดยมีเนื้อที่ที่ดินอีก ๓ งาน ๖๓ ตาราง
วา ซึ่งเป็นเนื้อที่ที่ดินตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๕๙ เช่นกัน แต่ผู้ถูกฟ้องคดีกลับระบุชื่อนายดํารง เลิศเกียรติรัชตะ เป็นผู้รับค่า
ทดแทน ส่วนค่าทดแทนโรงเรือน และสิ่งปลูกสร้างนั้น ยังมีบ้านพักอาศัยชั้นเดียว ราคา ๖๐๐,๐๐๐ บาท อยู่ใกล้แนว
เขตคลองชลประทานไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากอาจพังทลายจากแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรขนาดใหญ่ และ
การกัดเซาะของน้ํา เพราะรากฐานเดิมไม่ได้ออกแบบก่อสร้างไว้เพื่ออยู่ริมน้ํา นอกจากนั้นยังมีทรัพย์สินอีกหลายรายการ
ได้แก่ บ้านพักคนงาน ราคา ๗๐,๐๐๐ บาท ต้นน้อยหน่าขนาดใหญ่ ๒ ต้น ต้นมะขามใหญ่ ๑ ต้น ซึ่งมิได้ไว้ในรายการ
ทรัพย์สินที่ต้องเวนคืน ผู้ฟ้องคดีจึงได้มีหนังสือลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๘ อุทธรณ์เพื่อขอเงินค่าทดแทนเพิ่ม แต่จนล่วง
พ้นระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์แล้วผู้ฟ้องคดียังไม่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ ผู้ฟ้องคดีจึงนําคดีมาฟ้องศาลปกครอง
ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินให้ผู้ฟ้องคดี เนื้อที่ ๔ ไร่ ๕๐.๒๘ ตารางวา ในอัตราไร่ละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ค่า
ทดแทนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างและค่าทดแทนต้นไม้ที่ยังไม่ได้กําหนดให้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๕๗๑,๖๘๗.๕๐ บาท ผู้
ถูกฟ้องคดีให้การ สรุปความว่า ผู้ถูกฟ้องคดีความจําเป็นต้องก่อสร้างระบบส่งน้ําและระบบระบายน้ําตามโครงการฝาย
คลองท่าทน อําเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีที่ดินาของราษฎรถูกเขตชลประทาน ๓,๔๔๒ แปลง เนื้อที่ ๓,๘๙๔ ไร่
๒ งาน ๒๐.๖ ตารางวา ผู้ถูกฟ้องคดีได้ดําเนินการโดยวิธีเจรจาปรองดองซื้อขายที่ดินที่ถูกเขตชลประทานกับราษฎร
จํานวน ๓,๑๕๖ แปลง เนื้อที่ ๓,๖๔๖ ไร่ ๑ งาน ๔๑.๑ ตารางวา คิดเป็นร้อยละ ๙๑.๗ ของที่ดินที่ถูกเขตชลประทาน แต่มี
ที่ดินจํานวน ๒๘๒ แปลง ไม่สามารถเจรจาปรองดองซื้อขายได้รัฐบาลจึงได้ตราพระราชทฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินในบริเวณ
ที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ตําบลทุ่งปรัง ตําบลเสาเภา ตําบลฉลอง ตําบลเทพราช และตําบลเปลี่ยน อําเภอสิชล จังหวัด
นครศรีธรรมราช พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับที่ ๑๒๐ ตอนที่ ๕๕ ก ลงวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๖ มี
อธิบดีของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้รักษาการตามพระราช
กฤษฎีกา ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีคําสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ ๔๕๙ / ๒๕๔๖ ลง
วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๖ แต่งตั้งคณะกรรมการทําหน้าที่กําหนดราคาเบื้องต้นของอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืน และ
จํานวนเงินค่าทดแทน ตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ต่อมาในการ
ประชุมคณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นฯ ครั้งที่ ๑ / ๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๗ ได้พิจารณาหลักเกณฑ์การ
จ่ายเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้ถูกเวนคืนแล้ว เห็นว่า ราคาซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดฯ ตามนัยมาตรา
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

