Page 31 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 31
หน้ า | ๑๗
องค์ประกอบของคณะกรรมการฯในแต่ละระดับ จะประกอบด้วย ตัวแทนผู้ใช้น้ําจากทุกภาคส่วน ทั้ง
จากภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และภาคบริหาร ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผู้ทรงคุณวุฒิ จากสถาบันการศึกษาและองค์กรพัฒนาเอกชน โดยมีระบบการการเลือกตั้ง ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึง
ระดับชาติ
อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ทุกระดับมีขึ้นตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหาร
ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ (กรมทรัพยากรน้ํา, ๒๕๕๐) ทั้งนี้เนื่องจากพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา
แห่งชาติ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ในระหว่างนี้ คณะกรรมการฯ จึงต้องทํางานภายใต้
ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีไปก่อน
คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ มีหน้าที่ สําคัญคือ
๑. เสนอแนะนโยบาย แผนงาน แผนปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําต่อ
คณะรัฐมนตรี
๒. เสนอรัฐมนตรีให้ปรับปรุง หรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหาร
จัดการทรัพยากรน้ํา
๓. เสนอรัฐมนตรีเกี่ยวกับกรอบงบประมาณในด้านการบริหารทรัพยากรน้ําของประเทศ
๔. ประสานงานกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือคณะกรรมการอื่นที่เกี่ยวข้องกับ
การดําเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อกําหนดแนวทาง การจัดการสิ่งแวดล้อมในการบริหาร
จัดการทรัพยากรน้ํา
๕. พิจารณาให้ความเห็นชอบ หลักเกณฑ์เงื่อนไขในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ
ตามที่คณะกรรมการลุ่มน้ําเสนอ
๖. ติดตาม ดูแล ประสาน สนับสนุน และเร่งรัดการดําเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้ําต่าง ๆ
ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ํา
๗. กําหนดลําดับความสําคัญเพื่อการจัดสรรและควบคุมการใช้ทรัพยากรน้ําอย่างเหมาะสมและ
สอดคล้องกับความต้องการ ทั้งด้านการอุปโภค บริโภค การอุตสาหกรรมการเกษตรกรรม การ
รักษาระบบนิเวศน์ การขนส่งทางน้ํา การผลิตไฟฟ้าพลังน้ํา และด้านอื่น ๆ
จะเห็นได้ว่าหน้าที่หลักของคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ คือ การกําหนดนโยบาย แผนงาน
กรอบการบริหารงาน รวมทั้งจัดงบประมาณ เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี รวมทั้งสนับสนุนการทํางานของ
คณะกรรมการลุ่มน้ํา และประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการผลักดันนโยบายการจัดการน้ําแห่งชาติให้ไปสู่
เป้าหมาย
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

