Page 29 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 29

หน้ า  | ๑๕



                           นอกจากนั้น การบริหารจัดการน้ําตามแนวทาง IWRM  ยังได้รับการยอมรับว่า   เป็นวิธีการที่

               เหมาะสม ในการที่จะทําให้ สิทธิพื้นฐานของมวลมนุษยชาติในเรื่องการเข้าถึงน้ําและระบบสุขาภิบาลที่ดีบรรลุ
               เป้าหมายที่วางไว้ (Favre, ๒๐๐๘) จากการสํารวจเมื่อการประชุมที่เมือง Johannesberg (อัฟริกาใต้) ปี ๒๐๐๕

               พบว่ามีถึง ๑๐๘ ประเทศที่ประกาศว่าได้ใช้แนวทาง IWRM ในการ บริหารจัดการ โดยสามารถทําได้อยู่ในเกณฑ์ดี
               ๑๔ ประเทศ, ทําได้บ้าง ๕๑ ประเทศ, และ เพิ่งเริ่มต้น ๔๓ ประเทศ


                           IWRM มีหลักสําคัญ คือ  ต้องตระหนักว่าทรัพยากรน้ําเป็นทรัพยากรที่มีค่าและเปราะบาง ซึ่งควร
               อย่างยิ่งที่จะต้องบริหารจัดการแบบบูรณาการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งทางเศรษฐกิจสังคมของมวลมนุษย์และ

               ไม่ทําลายระบบนิเวศน์ และจัดสรรอย่างเป็นธรรม และต้องอยู่บนฐานของการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุก
               คน รวมทั้งต้องให้สตรีเข้ามีมีบทบาทด้วย


                           ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การจัดการทรัพยากรน้ําที่จะสร้างความเป็นธรรมและยั่งยืนนั้น ต้องให้
               ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนรวมทั้งชุมชนและสตรี แต่คําว่าการมีส่วนร่วม ดูเหมือนว่าจะเป็นคําที่

               ถูกใช้จนเกร่อ เช่น การมีส่วนร่วมทางการเมือง การมีส่วนร่วมในการพัฒนา แต่โจทย์สําคัญก็คือ ทําอย่างไรถึงจะ

               ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําได้อย่างแท้จริง

                           แนวคิด IWRM     ได้ถูกนําไปประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศ ตัวอย่างที่สําคัญ เช่น

               ประเทศสวีเดนได้ดําเนินการตามหลักการดังกล่าว โดยสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาร่วมกันใน
               การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ในลุ่มน้ํา Em  River ซึ่งมีปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้ใช้น้ํา ภาคเกษตรกรรม

               และผู้ใช้น้ําภาคอุตสาหกรรม จึงเกิดการสถาปนาองค์กรลุ่มน้ําที่ประกอบด้วยตัวแทนองค์กรของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
               ที่มีแกนหลักคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตัวแทนผู้ใช้น้ําจากกลุ่มอาชีพต่างๆ ตัวแทนจากสมาคมชาวนา

               ปศุสัตว์ สมาคมเพาะเลี้ยงปลาและประมง ป่าไม้ การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม องค์กรพัฒนาเอกชน และหน่วยงาน
               ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จัดต้องเป็นองค์กรบริหารจัดการลุ่มน้ําเอม (Em River Basin Association) และการตัดสินใจ

               ในการบริหารจัดการลุ่มน้ํา ทั้งในเรื่องการจัดสรรน้ําให้แก่ผู้ใช้น้ําในกลุ่มต่าง ๆ การควบคุมและจัดการมลพิษ

               รวมทั้งการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ลําน้ํา นอกจากนั้นยังทําหน้าที่ในการติดตาม(Monitor)   สถานการณ์น้ําและ
               คาดการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และจัดทําโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาและจัดการปัญหาในลุ่มน้ํา ในส่วนความรู้และ

               ระบบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมาจากการให้

               ผู้เชี่ยวชาญทําการศึกษาเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่จะสนับสนุนการตัดสินใจ เช่น การศึกษาทางวิชาการพบว่า การทํา
               บันไดปลาโจนตามเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ํา เพื่อให้ปลาเทร้าและปลาแซลมอน (Trout  and  Salmon)

               เดินทางกลับไปวางไข่ที่ต้นน้ําไม่ได้ผลเท่าที่ควร ทําให้ปริมาณปลาลดลง จึงได้มีโครงการฟื้นฟู ทางน้ําไหล เพื่อให้
               ปลาสามารถเดินทางย้อนกลับไปวางไข่ได้ดังเดิม รวมทั้งใช้ข้อมูลความต้องการน้ําของแต่ละกลุ่ม มาวางแผนการ

               จัดสรรน้ําให้เกิดความยุติธรรมและประโยชน์สําหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนจนสามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งได้
               งบประมาณที่ใช้ในการการดําเนินงาน ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางและองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น และ

               สมาคมผู้ใช้น้ําต่าง ที่ได้รับประโยชน์จากลําน้ําต้องจ่ายค่าบํารุงให้กับองค์กรการจัดการลุ่มน้ําเอม ด้วยเช่นเดียวกัน

               (Johnson, ๒๐๐๔)




                       รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34