Page 25 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 25
หน้ า | ๑๑
บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ย่อมมีสิทธิอนุรักษ์ฟื้นฟู จารีต
ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดี ของท้องถิ่นและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ
บํารุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน
ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับพุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๖ ได้ขยายความ
“สิทธิของชุมชน ในการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ บํารุงรักษา และใช้ประโยชน์จาก
ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครองส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
เพื่อให้ดํารงชีพอยู่ได้อย่างปกติต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือ
คุณภาพของชีวิตตนย่อมได้รับความคุ้มครอง”
“การดําเนินโครงการหรือกิจกรรม ที่อาจก่อให้เกิด ผลกระทบที่รุนแรง ต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือ
ทรัพยากรธรรมชาติ จะกระทํามิได้ เว้นแต่ได้ศึกษาประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม และจัดให้มี
กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อน รวมทั้งได้องค์กรอิสระซึ่งประกอบด้วย
ผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการด้านการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและ
ทรัพยากรธรรมชาติ ให้ความเห็นประกอบก่อนการดําเนินการดังกล่าว”
นอกจากนั้น ในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ และ ๒๕๕๐ ยังให้สิทธิชุมชน ในการ ฟ้องร้องหน่วย
ราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคลเพื่อให้ปฏิบัติตาม
ญัตตินี้ ย่อมได้รับความคุ้มครอง
จะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญฯทั้ง ๒ ฉบับ ได้ให้ความสําคัญกับสิทธิชุมชน ในการ มีส่วนร่วมในการ
จัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อประโยชน์ที่ยั่งยืนของชุมชนท้องถิ่น และจากรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ มาตรา
๑๙๙-๒๐๐ ได้ก่อให้เกิด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อทําหน้าที่ เป็นองค์กรในการตรวจสอบกรณีการ
ละเมิดสิทธิมนุษยชน จัดทํารายงานผลการตรวจสอบและส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการ (จรัญ, ๒๕๔๕)
แต่โจทย์สําคัญก็คือ ทําอย่างไร จึงจะเกิดความเข้าใจ ร่วมกัน ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนในเรื่อง
สิทธิชุมชนท้องถิ่น เพราะจากปรากฏการณ์ที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่เห็นอยู่ล่าสุดคือกรณี ชุมชนในจังหวัด
ระยอง ฟ้องศาลปกครองให้คุ้มครองและโรงงานต่าง ๆ ที่ยังไม่ปฏิบัติตามหลักการของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐
ระงับการก่อสร้างไว้ก่อน จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้ครบถ้วน นี่เป็นปรากฏการณ์ที่ชุมชน
ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการต่อสู้กับการคุกคามด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของพวกเขา
ความขัดแย้งเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา
ความขัดแย้งเกี่ยวกับทรัพยากรน้ํา ไม่ได้เป็นปรากฏการณ์ใหม่ในสังคมไทย ในช่วง ๓๐-๔๐ ปี ที่ผ่าน
มาเศรษฐกิจของประเทศไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เกิดการขยายตัวของเมืองใหญ่ การขยายตัวของภาค
เกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการต่าง ๆ ทําให้ปริมาณความต้องการใช้น้ําเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทําให้
เกิดการขาดแคลนน้ําในช่วงฤดูแล้ง ทั้งในเมืองและชนบทต่อเนื่องกันเกือบทุกปี การศึกษาของไพบูลย์ จุใจล้ํา
(๒๕๓๘) จําแนกลักษณะความขัดแย้งออกเป็น ๓ ลักษณะ คือ ๑) ความขัดแย้งเรื่องปริมาณน้ําไม่เพียงพอ หรือ
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

