Page 23 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 23
หน้ า | ๙
ในอีกด้านหนึ่ง จึงเกิดการลุกขึ้นมาประท้วง คัดค้าน ต่อสู้ ของประชาชนที่นับวัน จะรุนแรงยิ่งขึ้นเป็น
ลําดับ เพราะรากฐานปัญหายังคงอยู่ และการถูกรุกรานจากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมโดยที่รัฐเป็นฝ่ายสนับสนุนก็ยัง
มีอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่วิกฤตเศรษฐกิจยังคงดํารงอยู่และยังไม่ส่อเค้าว่าจะกระเตื้องขึ้นได้จริง ความทุกข์ยาก
แร้นแค้นเดือดร้อนทางเศรษฐกิจของภาคประชาชนและกลุ่มทุนต่าง ๆ ที่ดํารงอยู่และกําลังขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง
(ชลธิรา, ๒๕๔๖)
การศึกษาของณรงค์ศักดิ์ จักรกรณ์ ในลุ่มน้ํายม (๒๕๕๒) พบว่า โครงการก่อสร้างของหน่วยงาน
ภาครัฐ หลายหน่วยงานได้สร้างปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ลุ่มน้ําและวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น ทั้งนี้
เพราะขาดการศึกษาอย่างรอบคอบถึง ระบบนิเวศน์ลุ่มน้ํา วิถีชีวิต และรูปแบบการใช้ประโยชน์จากลุ่มน้ํา เช่น
การก่อสร้างฝายหาดสะพานจันทร์ ที่อําเภอศรีสัชนาลัย การพัฒนาหนองป่าตอ ที่อําเภอสวรรคโลก เป็นต้น ผู้นํา
ท้องถิ่น กําลังเรียกร้องให้หน่วยงานเหล่านั้น กลับมาจัดการกับสิ่งก่อสร้างที่สร้างปัญหาเหล่านั้นในเร็ววัน
สถานการณ์ของสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร
การทําความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร จะต้องทําความเข้าใจใน ๒ มิติ คือ
สิทธิชุมชนตาม จารีต ประเพณี วัฒนธรรม และสิทธิชุมชนตามกฎหมาย เพราะลําพังการใช้กฎหมายเพียงอย่าง
เดียวในการทําความเข้าใจและยอมรับสิทธิชุมชน คงไม่พอที่จะจัดการทรัพยากรให้เกิดความเป็นธรรมและยั่งยืนได้
จะต้องเข้าใจ ถึงสิทธิชุมชนตาม จารีต ประเพณี และวัฒนธรรม การจัดการทรัพยากรของชุมชนด้วย จึงจะทําให้
มองเห็นภาพรวมของปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน เช่นนี้ได้
๑. สิทธิชุมชนตาม จารีตประเพณีและวัฒนธรรม
ผลการศึกษาของอานันท์และคณะ (๒๕๔๓) พบว่าชาวบ้านในหลายชุมชนยังคงสามารถใช้
กฎเกณฑ์ตามจารีตประเพณีในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ขณะที่บางชุมชนก็ได้สร้างสํานึกและกฎเกณฑ์
ขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้จัดการทรัพยากร พร้อม ๆ กันนั้น พบว่า ชุมชนท้องถิ่นยังได้พัฒนาระบบการจัดการทรัพยากร
เชิงอนุรักษ์ขึ้นมาใหม่ เพื่อต่อรองกับรัฐให้ประกันความมั่นคงในการถือครองทรัพยากร และยังพบด้วยว่ามีเงื่อนไข
หลายประการที่ผลักดันให้ชุมชนท้องถิ่นมีพลวัตรในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ข้อค้นพบเหล่านี้เองถูกนํามา
เป็นพื้นฐานในการเสนอทางเลือกเชิงนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ ด้วยการเสนอให้รัฐหัน
มาให้ความสําคัญกับสิทธิชุมชน การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการจัดการป่าไม้ และการเสนอให้กฎหมาย
ยอมรับกฎเกณฑ์ตามประเพณีท้องถิ่น ซึ่งปรากฏเป็นข้อเสนอเชิงรูปธรรมที่ชัดเจนในการผลักดันกฎหมายป่าชุมชน
แม้ข้อเสนอดังกล่าวจะเป็นที่ยอมรับในกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้วก็ตาม แต่กฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรทั่ว ๆ ไป
ยังคงขัดแย้งกับประเพณีท้องถิ่น ขณะที่การปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายของรัฐยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับความหมาย
ของสิทธิชุมชน เพราะภาครัฐยังคงยึดมั่นอยู่กับการรวมศูนย์อํานาจในการจัดการทรัพยากรส่วนรวมทุกประเภท
การศึกษา เรื่องสิทธิชุมชนท้องถิ่นภาคใต้ของเลิศชาย และคณะ(๒๕๔๖) พบว่า ภาคใต้มีฐาน
ทรัพยากรที่หลากหลาย ทั้งทะเล ภูเขา ป่าไม้ ที่ราบลุ่มแม่น้ํา ชุมชนอยู่กับฐานทรัพยากรธรรมชาติ โดยจัด
ความสัมพันธ์ที่เรียกว่า สิทธิชุมชน ซึ่งเป็นกระบวนการที่สัมพันธ์กับองค์ประกอบของภูมิปัญญา ในด้านการเข้าถึง
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

