Page 20 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 20

๖ | หน้ า


                       ผลการศึกษาเชิงประจักษ์ พบว่าชาวบ้านในหลายชุมชนยังคงสามารถใช้กฎเกณฑ์ตามจารีตประเพณี

            ในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ขณะที่บางชุมชนก็ได้สร้างสํานึกและกฎเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้จัดการ
            ทรัพยากรพร้อม ๆ กัน นอกจากนั้น การวิจัยพบว่า ชุมชนท้องถิ่นยังได้พัฒนาระบบการจัดการทรัพยากรเชิง

            อนุรักษ์ขึ้นมาใหม่ เพื่อต่อรองกับรัฐให้ประกันความมั่นคงในการถือครอง และยังพบด้วยว่ามีเงื่อนไขหลายประการ
            ที่ผลักดันให้ชุมชนท้องถิ่นมีพลวัตรในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ข้อค้นพบเหล่านี้เองถูกนํามาเป็นพื้นฐานใน

            การเสนอทางเลือกเชิงนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ ด้วยการเสนอให้รัฐหันมาให้
            ความสําคัญกับสิทธิชุมชน การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการจัดการป่าไม้ และการเสนอให้กฎหมายยอมรับ

            กฎเกณฑ์ตามประเพณีท้องถิ่น ซึ่งปรากฏเป็นข้อเสนอเชิงรูปธรรมที่ชัดเจนในการผลักดันกฎหมายป่าชุมชน แม้

            ข้อเสนอดังกล่าวจะเป็นที่ยอมรับในกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้วก็ตาม แต่กฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรทั่ว ๆ ไป ยังคง
            ขัดแย้งกับประเพณีท้องถิ่น ขณะที่การปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายของรัฐยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับความหมายของ

            สิทธิชุมชน เพราะภาครัฐยังคงยึดมั่นอยู่กับการรวมศูนย์อํานาจในการจัดการทรัพยากรส่วนรวมทุกประเภท

            ประเด็นปัญหาที่สาม ความขัดแย้งในการจัดการและใช้ทรัพยากร


                       โดยทั่วไปแล้วการศึกษาเกี่ยวกับการจัดการและการใช้ทรัพยากร  มักจะเน้นทรัพยากรแต่ละประเภท
            แยกจากกัน ส่วนใหญ่จะศึกษาทรัพยากรที่ดิน ป่าไม้ น้ํา และทรัพยากรประมงชายฝั่งทะเล ขณะที่การศึกษา

            สภาพแวดล้อมและทรัพยากรชีวภาพจะมีจํานวนไม่มากนัก นอกจากนั้นการศึกษาส่วนใหญ่จะจํากัดอยู่กับพื้นที่
            บางประเภทเท่านั้น โดยเฉพาะพื้นที่ชนบท ที่ป่า ที่สูง และชายฝั่งทะเล แต่พื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท พื้นที่ชุ่มน้ํา และ

            แหล่งประมงน้ําจืด ยังคงไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ที่สําคัญกว่านั้นก็คือ การศึกษาความเชื่อมโยงของการใช้

            ทรัพยากรหลายประเภทในระบบนิเวศน์เดียวกันก็มีอยู่น้อยมาก เช่น การศึกษาพื้นที่ลุ่มน้ํา ซึ่งผสมผสานทั้งมิติทาง
            กายภาพและสังคมเข้าด้วยกัน เป็นต้น

                       ข้อจํากัดของแนวการศึกษาข้างต้น มักมีพื้นฐานจากการยึดติดอยู่กับแนวคิดแบบแยกส่วน เป็นหลัก

            ซึ่งเน้นการมองปัญหาของการใช้ทรัพยากรในลักษณะหยุดนิ่ง และพิจารณาเฉพาะจากแง่มุมในด้านประสิทธิภาพ

            เชิงกายภาพผสมผสานกับในเชิงมูลค่าทางเศรษฐกิจของทรัพยากรด้านเดียว ขณะที่ไม่ได้ให้ความสําคัญกับความ
            เป็นธรรมของการใช้ระหว่างภาคการผลิตและภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม เช่น ผลกระทบต่อภาคการเกษตร และภาค

            การประมงขนาดเล็ก นอกจากนั้นยังมักละเลยมิติของการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวที่เกิดจากการมี

            ส่วนร่วมของกลุ่มชนในท้องถิ่น ทั้งนี้เพราะการศึกษาในแนวดังกล่าวส่วนใหญ่จะมุ่งประเมินศักยภาพของทรัพยากร
            เพื่อพัฒนาด้านอุตสาหกรรมและพาณิชย์กรรม ในระยะหลังจึงเริ่มขยายความสนใจมาศึกษาในด้านผลกระทบต่อ

            สภาพแวดล้อม เมื่อการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเข้มข้น ได้สร้างทั้งปัญหาการขาดแคลน
            และปัญหามลภาวะมากขึ้น


                       ถึงกระนั้นก็ตาม การศึกษาปัญหาที่เกิดผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ มักจะเน้นปัญหาในเชิง
            ปริมาณ พร้อมทั้งการเสนอมาตรการเพื่อให้รัฐเข้ามาควบคุมการใช้ แต่ไม่ได้แสดงความเข้าใจต่อปัญหาเช่นนั้นว่า

            ยังเป็นพื้นฐานของปัญหาความขัดแย้งในการใช้และการจัดการทรัพยากรอีกด้วย ทั้ง ๆ ที่เกิดกรณีของความขัดแย้ง
            ขึ้นมากมาย เพราะภายใต้กระบวนการพัฒนาที่เน้นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในเชิงเศรษฐกิจด้านเดียวนั้น ได้




                    รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25