Page 18 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 18

๔ | หน้ า


            รากฐานมาจากคุณค่าทางวัฒนธรรมในชุมชนที่มีอยู่เดิมและการสร้างจิตสํานึกร่วมกันของท้องถิ่นใหม่ ความเข้าใจ

            เช่นนี้ยังจํากัดอยู่ในหมู่นักวิชาการและนักพัฒนาเอกชนจํานวนน้อย และยังไม่เป็นที่ยอมรับของหน่วยงานใน
            ภาครัฐและนักวิชาการกระแสหลัก ทําให้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิชุมชนยังไม่มีความชัดเจนทั้งในเชิงนโยบายและ

            กฎหมาย

                        ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรยังคงแตกต่างกันมากในสังคม เพราะแนวคิดแรกจะ

            ยึดติดกับหน่วยของพื้นที่เป็นหลัก ขณะที่แนวการศึกษาแบบที่สองจะเน้นหน่วยของชุมชน ซึ่งแนวคิดแรกจะทําให้
            มองความหมายของสิทธิในมิติของการจัดการเชิงเดี่ยวเท่านั้น อันหมายถึงการให้สิทธิผูกขาดกับหน่วยงานใด

            หน่วยงานหนึ่งในการจัดการทรัพยากร โดยที่หน่วยนั้นอาจจะเป็นเอกชน รัฐ หรือชุมชนก็ได้แต่เพียงหน่วยเดียว ที่
            จะมีสิทธิบนพื้นที่แห่งหนึ่ง


                        แต่แนวคิดที่สอง จะมีความเข้าใจสิทธิในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม จึง
            สามารถนําเสนอแนวความคิดในการจัดการเชิงซ้อนขึ้นมาได้ เพราะถือเป็นการจัดการทรัพยากรบนพื้นฐานของ

            ความสัมพันธ์ที่หลากหลายในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งอาจจะหมายถึงความสัมพันธ์ของหลายหน่วยงานและความสัมพันธ์

            หลายลักษณะก็ได้ ดังจะเห็นได้ว่าแนวคิดแบบที่สองจะสนับสนุนสิทธิในเชิงสถาบันของการจัดการทรัพยากร
            ร่วมกันระหว่างรัฐและชุมชนในพื้นที่เดียวกัน พร้อมกับการเสนอให้ผสมผสานสิทธิตามกฎหมายและสิทธิตาม

            ประเพณี ด้วยการให้กฎหมายรับรองสิทธิตามประเพณีของท้องถิ่นเป็นสถาบัน เพื่อจูงใจให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการ
            จัดการทรัพยากรอย่างจริงจัง


                        นอกจากนั้น แนวคิดที่สองยังช่วยให้เกิดการขยายความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิ ในแง่ของความสัมพันธ์ที่มี
            อยู่อย่างหลากหลายลักษณะออกไปอีก และยังให้ความสําคัญกับการปรับเปลี่ยนความหมายของสิทธิอีกด้วย ดังจะ

            เห็นได้จากการเสนอให้มีสิทธิการระดมความร่วมมือผ่านกระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม เช่น เพื่อพัฒนา
            กฎเกณฑ์และสร้างความชอบธรรมของสิทธิขึ้นมาใหม่ในสังคมพร้อมสิทธิบนพื้นฐานของความเป็นชาติพันธุ์

            ขณะเดียวกันก็เสนอให้พัฒนากลไกที่จะให้สิทธิแก่กลุ่มต่าง ๆ ในสังคมมีอํานาจตรวจสอบ และถ่วงดุลกันได้อีกด้วย

                       ด้วยเหตุนี้อาจกล่าวได้ว่า ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิในทรัพยากรนั้น ยังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร

            เพราะมีการศึกษาเกี่ยวกับสิทธิในทรัพยากรบางประเภทอยู่ในวงจํากัด โดยเปรียบเทียบแล้ว การศึกษาเกี่ยวกับ

            สิทธิในทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรประมง สภาพแวดล้อม และทรัพยากรชีวภาพ จะมีอยู่น้อยมาก การศึกษาส่วนใหญ่
            ยังมุ่งศึกษาสิทธิในทรัพยากรที่ดินและป่าไม้มากกว่า ส่วนหนึ่งก็เพราะยังให้ความสนใจที่ความขัดแย้งกับอํานาจรัฐ

            มากกว่าความขัดแย้งในมิติด้านอื่น ๆ ผลที่ตามมาทําให้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิจํากัดอยู่เฉพาะในทรัพยากร

            ดังกล่าวเท่านั้น ถึงกระนั้นก็ดี ปัญหาเกี่ยวกับการจัดการสิทธิในทรัพยากร ทั้งที่ดินและป่าไม้ก็ยังคงดํารงอยู่ ทั้งนี้
                                                                     1
            เพราะเกี่ยวข้องกับข้อจํากัดในเชิงนโยบายที่ยังขัดแย้งกันเองอย่างมาก







            1
              รายละเอียดอ่านเพิ่มเติมใน อานันท์ กาญจนพันธ์ ๒๕๕๓ พลวัตของชุมชนในการจัดการทรัพยากร กระบวนทัศน์และนโยบาย


                    รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23