Page 339 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 339

315


                           บุคคลจะต๎องไมํถูกปฏิบัติแตกตํางกับบุคคลอื่นด๎วยเหตุแหํงเพศ อายุ กําเนิด ภาษา ศาสนา การ
                   ลงโทษ ความคิดเห็น สุขภาพ ความพิการ หรือ เหตุผลอื่นที่เกี่ยวข๎องกับบุคคลนั้น


                           เด็กจะต๎องได๎รับการปฏิบัติที่เทําเทียมกันในฐานะปัจเจกบุคคล


                           ความเทําเทียมกันทางเพศจะได๎รับการสนับสนุนในกิจกรรมทางสังคมและชีวิตการทํางาน
                   โดยเฉพาะการจํายคําจ๎างและเงื่อนไขการจ๎างแรงงาน ดังที่กําหนดรายละเอียดไว๎ตามกฎหมาย”


                           นอกจากรัฐธรรมนูญแล๎ว การคุ๎มครองความเทําเทียมกันและการห๎ามเลือกปฏิบัติของประเทศ
                   ฟินแลนด์นั้น ปรากฏอยูํในกฎหมายเฉพาะเรียกวํา กฎหมายห๎ามการเลือกปฏิบัติ ซึ่งในปี 2015 ได๎มีการตรา
                   กฎหมายห๎ามเลือกปฏิบัติฉบับใหมํมีผลวันที่ 1 มกราคม 2015 (Non-Discrimination Act (1325/2014)



                           4.5.2.6 หลักความเท่าเทียมกันตามกฎหมายสิงค์โปร์


                           หลักการเกี่ยวกับความเทําเทียมกันและการห๎ามเลือกปฏิบัติปรากฏในรัฐธรรมนูญสิงค์โปร์ มาตรา
                   12 วําด๎วย “การคุ๎มครองความเทําเทียมกัน” (Equal Protection) มีหลักดังนี้


                           “(1) บุคคลทุกคนเทําเทียมกันภายใต๎กฎหมายและมีสิทธิได๎รับการคุ๎มครองตามกฎหมายเทําเทียม

                   กัน


                           (2) เว๎นแตํรัฐธรรมนูญจะบัญญัติไว๎เป็นอยํางอื่น ห๎ามมิให๎มีการเลือกปฏิบัติตํอพลเมืองด๎วยเหตุแหํง
                   ศาสนา เชื้อชาติ สายโลหิต หรือ ถิ่นกําเนิด โดยกฎหมายใดๆ หรือ ในการแตํงตั้งเจ๎าหน๎าที่ของรัฐ หรือการ
                   จ๎างงานเจ๎าพนักงาน หรือ ในการบริหารกฎหมายใดๆที่เกี่ยวข๎องกับการได๎มา การถือครองทรัพย์สิน หรือ
                   การจัดตั้ง หรือดําเนินการค๎า ธุรกิจ วิชาชีพ หรือการจ๎างแรงงาน


                           หลักความเทําเทียมกันตามมาตรา 12 นี้ ศาลสิงค์โปร์ตัดสินวํา ความเทําเทียมกันมิได๎หมายถึงการ

                   ที่บุคคลทุกคนจะต๎องถูกปฏิบัติเหมือนกัน แตํหมายถึงวําบุคคลทุกคนจะต๎องได๎รับการปฏิบัติเหมือนกันใน
                                       204
                   สถานการณ์ที่เหมือนกัน  ในการตีความมาตรา 12 ศาลได๎ย๎อนไปพิจารณาที่มาของหลักความเทําเทียมกัน
                                                        205
                   จากกฎบัตรแมคนาคาร์ตา (Magna  Carta)  ประกอบกับอ๎างเหตุผลในคดี Public  Prosecutor  v.  Su
                   Liang  Yu  ที่ตัดสินตั้งแตํปี 1976 ที่วํา ความเทําเทียมกันนั้นหมายถึงการบริหารจัดการให๎เกิดความ
                                                                                                         207
                          206
                   ยุติธรรม  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศาลยังได้อ้างค าตัดสินในคดี Ong Ah Chuan v. Public Prosecutor




                   204  Public Prosecutor v. Taw Cheng Kong [1998] 2 S.L.R.(R.) 489
                   205  ที่กลําววํา “To none will we sell, to none will we deny, to none will we delay right or justice”
                   206  Public Prosecutor v. Su Liang Yu (1976)
                   207
                      Ong Ah Chuan v. Public Prosecutor [1980] UKPC 32
   334   335   336   337   338   339   340   341   342   343   344