Page 377 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 377
(v) สภาพทางร่างกายใดที่ท�าให้เกิดความผิดปกติทางการแพทย์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ
การบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการทรมานหรือการควบคุมตัว
(vi) ภาพรวมทางการแพทย์ท�าให้เห็นถึงข้อกล่าวหาการทรมานที่เป็นเท็จหรือไม่
288. แพทย์ควรให้ความเห็นเรื่องความสอดคล้องระหว่างผลการตรวจที่เชื่อมโยงการถูกท�าร้ายร่างกาย
ตามที่กล่าวหา ในรายงานควรบรรยายถึงสภาวะทางอารมณ์และการแสดงออกทางอารมณ์ของบุคคลระหว่าง
การสัมภาษณ์ อาการที่ปรากฏ ประวัติการถูกจับกุม ควบคุมตัวและการทรมานรวมทั้งข้อมูลส่วนตัวก่อน
การถูกทรมาน มีปัจจัยหลายประการ เช่น อาการเริ่มต้นที่เกี่ยวกับความบอบช�้าทางจิตใจ ความเฉพาะเจาะจง
ของผลการตรวจสภาพจิต และรูปแบบของการปฏิบัติทางจิตวิทยาควรได้รับการบันทึกไว้เช่นกัน ปัจจัยเพิ่มเติม
ก็ควรได้รับการพิจารณาด้วย เช่น การถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐาน การตั้งถิ่นฐาน การปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรม
ปัญหาด้านภาษา การตกงาน การสูญเสียบ้าน ครอบครัวและสถานะทางสังคม นอกจากนั้น ความสอดคล้อง
ระหว่างเหตุการณ์ร้ายแรงที่เผชิญมากับอาการที่เป็นอยู่ ควรได้รับการประเมินและกล่าวถึงไว้ สภาพทาง
ร่างกายเช่น บาดแผลที่ศีรษะหรือบาดแผลทางสมองอาจต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติม โดยอาจเสนอแนะ
ให้มีการประเมินทางประสาทวิทยาหรือประสาทจิตวิทยาเพิ่มเติม
289. หากผู้รอดชีวิตจากการทรมานมีระดับอาการซึ่งสอดคล้องกับเกณฑ์วินิจฉัยอาการทางจิตเวชตาม
DSM - IV หรือ ICD - 10 การวินิจฉัยนั้นก็ควรได้รับการระบุถึงไว้ด้วย อาจท�าการวินิจฉัยได้มากกว่าหนึ่ง
ประเภท ทั้งนี้ ควรจะต้องเน้นว่าถึงแม้การวินิจฉัยอาการผิดปกติทางจิตอันเกี่ยวข้องกับความบอบช�้าทางจิตใจ
อาจสอดคล้องกับเหตุการณ์ทรมานที่เกิดขึ้น แต่อาการไม่เข้าหลักเกณฑ์การวินิจฉัยทางจิตเวช ก็ไม่ได้
หมายความว่าบุคคลนั้นไม่ได้ถูกทรมาน ผู้รอดชีวิตจากการทรมานอาจไม่มีอาการในระดับที่เข้าหลักเกณฑ์
การวินิจฉัยตาม DSM - IV หรือ ICD - 10 อย่างครบถ้วน ในกรณีเหล่านี้และเช่นเดียวกับกรณีอื่นๆ อาการที่
ผู้รอดชีวิตมีอยู่และเหตุการณ์การทรมานที่ผู้รอดชีวิตกล่าวอ้าง ควรได้รับการพิจารณาร่วมกันทั้งหมด อีกทั้ง
ระดับความสอดคล้องระหว่างเรื่องการทรมานกับอาการที่บุคคลกล่าวถึงก็ควรได้รับการประเมินและกล่าวไว้
ในรายงานด้วย
290. สิ่งส�าคัญที่ต้องยอมรับคือ บุคคลบางคนอาจกล่าวหาเรื่องการทรมานโดยไม่มีมูลความจริงด้วย
เหตุผลมากมายหลายประการ และบุคคลอื่นๆ อาจจะพูดถึงเหตุการณ์ที่ไม่ส�าคัญให้เกินเลยความเป็นจริงด้วย
เหตุผลส่วนตัวและเหตุผลทางการเมือง ผู้สืบสวนสอบสวนจะต้องระลึกอยู่เสมอถึงความเป็นไปได้เหล่านี้ และ
พยายามหาเหตุจูงใจในการพูดเกินความเป็นจริงหรือการเสกสรรปั้นเรื่อง อย่างไรก็ตามแพทย์ควรระลึก
ไว้ว่าการเสกสรรปั้นเรื่องนั้นต้องอาศัยความรู้อย่างละเอียดในเรื่องอาการเกี่ยวข้องกับความบอบช�้าทางจิตใจ
ที่บุคคลทั่วไปแทบจะไม่มีเลย ความไม่สอดคล้องของค�าให้การอาจเกิดขึ้นด้วยเหตุผลบางประการ เช่น
ความบกพร่องทางความทรงจ�าเนื่องมาจากการบาดเจ็บทางสมอง ความสับสน การแตกแยกของภาวะรู้ส�านึก
ความแตกต่างทางวัฒนธรรมในการรับรู้เวลา หรือความรู้สึกแตกเป็นเสี่ยงและการเก็บกดต่อความทรงจ�าเกี่ยว
กับเหตุการณ์ร้ายแรงที่เผชิญ การบันทึกรวบรวมพยานหลักฐานทางจิตใจจากการทรมานอย่างมีประสิทธิผล
ก�าหนดให้แพทย์ต้องมีความสามารถในการประเมินความสอดคล้องและความไม่สอดคล้องในรายงาน
หากผู้สัมภาษณ์สงสัยว่ามีการแต่งเรื่องขึ้นมา ก็อาจจะมีการนัดสัมภาษณ์เพิ่มเติมเพื่ออธิบายความไม่สอดคล้อง
131

