Page 381 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 381

โดยผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพจิต เนื่องจากอาการของโรคซึมเศร้าและภาวะเครียดหลังจากการประสบเหตุการณ์

                    ร้ายแรง (PTSD) มักจะปรากฏชัดเจนกว่าในภาพรวมทางการแพทย์ ส่งผลให้เกิดความสนใจเพียงเล็กน้อย
                    กับผลกระทบที่เป็นไปได้ของความบอบช�้าของศีรษะ  โดยปกติอาการน�าส่งของผู้รอดชีวิตมักรวมถึง

                    ความยากล�าบากในการให้ความสนใจ การขาดสมาธิและความทรงจ�าในระยะสั้น ซึ่งอาจเป็นผลจาก
                    ความบกพร่องทางสมองหรือภาวะเครียดหลังจากการประสบเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) ก็ได้ ด้วยเหตุที่ว่า

                    อาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติในผู้รอดชีวิตจากการทรมานซึ่งก�าลังประสบกับภาวะเครียดหลังจากการประสบ
                    เหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) จึงอาจท�าให้ไม่มีการสอบถามว่าเกิดจากบาดแผลที่ศีรษะหรือไม่

                         301.  ผู้ท�าการวินิจฉัยจะต้องใช้ประวัติการบาดเจ็บที่ศีรษะและลักษณะของอาการในช่วงเริ่มต้นของ

                    การตรวจสอบ ในรายที่มีการบาดเจ็บทางสมองนั้น การได้ข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยเฉพาะญาติจึงอาจเป็น
                    ประโยชน์ ควรตระหนักไว้เสมอว่าผู้เสียหายที่มีความบาดเจ็บทางสมองมักมีความยากล�าบากในการแจกแจง

                    หรือตระหนักถึงปัญหาของตนเพราะ” อยู่ภายใน” ปัญหานั้น ในการสันนิษฐานอาการโดยการแยกความ
                    แตกต่างระหว่างความบกพร่องทางสมองกับภาวะเครียดหลังจากการประสบเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD)

                    การประเมินความเรื้อรังของอาการเป็นจุดเริ่มต้นที่มีประโยชน์ หากสังเกตเห็นว่าอาการขาดความสนใจ
                    ขาดสมาธิและความทรงจ�านั้นมีอาการขึ้นๆ ลงๆ ร่วมกับอาการวิตกกังวลและซึมเศร้า ก็มีความเป็นไปได้ว่า

                    เป็นการด�าเนินโรคของภาวะเครียดหลังจากการประสบเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) ในทางตรงกันข้าม หากความ
                    บกพร่องดูเหมือนว่าเรื้อรัง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของอาการและได้รับการยืนยันโดยสมาชิกครอบครัว ก็น่าเป็น

                    ไปได้ว่าเป็นความบกพร่องทางสมองแม้ว่าจะไม่มีประวัติการบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างชัดเจนก็ตาม

                         302.  เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความบกพร่องทางสมอง สิ่งแรกที่แพทย์ต้องท�าคือ พิจารณาส่งต่อบุคคล

                    นั้นไปยังแพทย์เพื่อตรวจสอบทางประสาทวิทยาเพิ่มเติม แพทย์อาจจะปรึกษานักประสาทวิทยาหรือสั่งให้มี
                    การทดสอบทางประสาทวิทยาเพื่อวินิจฉัย ซึ่งขึ้นอยู่กับผลการตรวจพบในเบื้องต้นตามแต่แพทย์จะพิจารณา
                    การใช้วิธีการประเมินทางประสาทจิตวิทยามักเกิดขึ้นในกรณีที่ไม่พบความผิดปกติของระบบประสาทโดยรวม

                    อาการที่รายงานเป็นเรื่องเกี่ยวกับการรับรู้ หรือกรณีที่ต้องมีการแยกวินิจฉัยระหว่างความบกพร่องทางสมองกับ

                    ภาวะเครียดหลังจากการประสบเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD)

                         303.  การเลือกวิธีการทดสอบและขั้นตอนทดสอบทางประสาทจิตวิทยาขึ้นอยู่กับข้อจ�ากัดดังกล่าว
                    ข้างต้น ดังนั้น จึงไม่สามารถใช้ชุดแบบทดสอบมาตรฐานได้ แต่จะต้องเป็นไปแล้วแต่กรณีและขึ้นอยู่กับลักษณะ

                    เฉพาะของบุคคล การเลือกวิธีและขั้นตอนทดสอบต้องอาศัยความยืดหยุ่นและประสบการณ์ ความรู้และ
                    ความระมัดระวังของผู้ทดสอบ ดังที่ชี้ให้เห็นข้างต้นว่า เครื่องมือต่างๆ ที่ใช้มักจะจ�ากัดอยู่เพียงแบบทดสอบที่

                    ไม่ใช้ภาษา และส่วนใหญ่ความเป็นมาตรฐานของมาตรวัดทางจิตวิทยานั้น จะไม่สามารถใช้บรรทัดฐานจาก
                    คนส่วนใหญ่มาใช้กับบุคคลเพียงคนเดียว การขาดมาตรวัดที่ใช้ภาษานั้นเป็นข้อจ�ากัดที่รุนแรง ในหลายด้านของ

                    กระบวนการคิดนั้นต้องอาศัยภาษาเป็นตัวเชื่อม และการเปรียบเทียบอย่างมีระบบระหว่างมาตรวัดทั้งที่
                    ใช้ภาษาและไม่ใช้ภาษา มักถูกน�ามาใช้ในการหาข้อสรุปเรื่องความบกพร่อง

                         304.  สิ่งที่ท�าให้เกิดความยุ่งยากมากขึ้นคือ หลักฐานที่มีความแตกต่างอย่างมากภายในกลุ่มวัฒนธรรม

                    ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันในการท�าแบบทดสอบที่ไม่ใช้ภาษา ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยซึ่งเปรียบเทียบผล







                                                                                                             135
   376   377   378   379   380   381   382   383   384   385   386