Page 305 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 305
96. วิธีการหนึ่งที่เสนอแนะในเรื่องมาตรการการให้ความปลอดภัยแก่ผู้ถูกสัมภาษณ์ รวมถึงผู้ต้องขัง
ในประเทศที่มีสถานการณ์ขัดแย้ง คือ การจดบันทึกและเก็บรักษาชื่อของผู้ที่ตนเข้าพบเพื่อที่ผู้สืบสวนสอบสวน
จะสามารถติดตามสอบถามถึงความปลอดภัยของผู้ถูกสัมภาษณ์ได้ในการเยี่ยมครั้งต่อไป ผู้สืบสวนสอบสวน
ต้องได้รับอนุญาตให้พูดคุยอย่างอิสระและเป็นส่วนตัวกับบุคคลใดก็ได้ทุกคน และกลับมาเยี่ยมบุคคลเหล่านี้
ได้อีกเมื่อจ�าเป็น (ซึ่งเป็นเหตุผลของการต้องจดบันทึกชื่อของผู้ถูกสัมภาษณ์) เงื่อนไขเหล่านี้ไม่ได้รับการยอมรับ
ในทุกประเทศและผู้สืบสวนสอบสวนอาจเผชิญอุปสรรคในการได้รับหลักประกันของเงื่อนไขดังกล่าว ในกรณี
ที่มีความเป็นไปได้ที่พยานอาจประสบกับอันตรายจากการให้การ ผู้สืบสวนสอบสวนควรมองหาพยานหลักฐาน
ประเภทอื่นแทน
97. โดยทั่วไป ผู้ต้องขังมีโอกาสที่จะได้รับอันตรายมากกว่าบุคคลซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุม ผู้ต้อง
ขังอาจมีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันต่อสถานการณ์ที่ต่างกัน ในสถานการณ์หนึ่ง ผู้ต้องขังอาจท�าให้ตนเองตกอยู่ใน
อันตรายโดยไม่ตั้งใจ ด้วยการพูดจาบุ่มบ่ามเกินไปเพราะคิดว่าจะได้รับความคุ้มครองจากการที่มีผู้สืบสวน
สอบสวน “จากภายนอก” อยู่ด้วยซึ่งอาจไม่เป็นเช่นนั้น ในสถานการณ์อื่นๆ ผู้สืบสวนสอบสวนอาจเผชิญกับ
“ก�าแพงแห่งความเงียบ” เนื่องจากผู้ต้องขังถูกคุกคามขู่เข็ญอย่างหนักจนไม่ไว้ใจใครเลย แม้จะมีการเสนอ
ให้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว ในกรณีหลังนี้อาจมีความจ�าเป็นที่จะต้องเริ่มต้นด้วยการ “สัมภาษณ์กลุ่ม” เพื่อ
ที่จะอธิบายถึงขอบเขตและวัตถุประสงค์ของการสืบสวนสอบสวนอย่างชัดเจน หลังจากนั้นจึงเสนอให้มี
การสัมภาษณ์เป็นการส่วนตัวส�าหรับผู้ที่ต้องการจะพูดคุยต่อ ถ้าหากความหวาดกลัวต่อการแก้แค้นมีมากเกินไป
ไม่ว่าจะสมเหตุสมผลหรือไม่ก็ตาม ก็อาจมีความจ�าเป็นที่จะต้องสัมภาษณ์ผู้ต้องขังทั้งหมดในสถานที่ควบคุมตัว
หรือคุมขัง เพื่อไม่ให้มีการชี้ตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะ เมื่อการสืบสวนสอบสวนน�าไปสู่การพิจารณา
คดีหรือการบอกกล่าวข้อเท็จจริงต่อสาธารณะในรูปแบบอื่น ผู้สืบสวนสอบสวนควรเสนอแนะมาตรการที่จะ
ป้องกันอันตรายกับผู้เสียหาย เช่น การลบชื่อหรือข้อมูลที่ใช้ชี้ตัวบุคคลดังกล่าวได้ออกจากข้อมูลสาธารณะ หรือ
เสนอให้บุคคลดังกล่าวให้ปากค�าผ่านทางอุปกรณ์เปลี่ยนแปลงภาพหรือเสียง หรือผ่านทางโทรทัศน์วงจรปิด
มาตรการเหล่านี้ต้องสอดคล้องกับสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาเช่นกัน
(e) การใช้ล่าม
98. การสืบสวนสอบสวนเรื่องการทรมานผ่านผู้ที่เป็นล่ามนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแม้ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ
นอกจากนั้น เป็นไปได้ยากที่จะจัดล่ามที่เข้าใจภาษาถิ่นหรือภาษาต่างๆ ที่ต้องการได้เสมอ และบางครั้งยังอาจ
มีความจ�าเป็นที่จะต้องใช้ล่ามที่เป็นสมาชิกครอบครัวหรือเป็นกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเดียวกันกับบุคคลที่
ถูกสัมภาษณ์ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่พึงปฏิบัติ เพราะบุคคลดังกล่าวอาจรู้สึกอึดอัดที่จะเล่าเรื่องประสบการณ์
การถูกทรมานผ่านปากของบุคคลที่ตนรู้จัก ตามหลักการแล้ว ล่ามควรเป็นส่วนหนึ่งของทีมสืบสวนสอบสวน
และมีความรู้เกี่ยวกับประเด็นเรื่องการทรมานด้วย (ดูบทที่ 4 หมวด 1 และบทที่ 6 หมวด C.2)
(f) ข้อมูลที่ต้องได้รับจากผู้เสียหายที่กล่าวอ้างว่าถูกทรมาน
99. ผู้สืบสวนสอบสวนควรพยายามเก็บข้อมูลต่อไปนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะท�าได้จากค�าให้การของ
ผู้เสียหาย (ดูบทที่ 4 หมวด E)
59

