Page 278 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 278

27.  มาตรา 33 ของอนุสัญญาก�าหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของประเทศ

              ในทวีปอเมริกาและศาลสิทธิมนุษยชนของประเทศในทวีปอเมริกา ดังที่ระบุไว้ในข้อบังคับ หน้าที่หลักของ
              คณะกรรมาธิการ คือ การส่งเสริมและการปกป้องสิทธิมนุษยชน รวมทั้งท�าหน้าที่เป็นที่คณะที่ปรึกษาแก่องค์กร

                                        26
              รัฐอเมริกันในเรื่องสิทธิมนุษยชน  ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวให้บรรลุเป้าหมาย คณะกรรมาธิการใช้อนุสัญญา
              ของประเทศในทวีปอเมริกาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษการทรมาน (Inter - American Convention to

                                                                                              27
              Prevent and Punish Torture) เป็นแนวทางในการตีความค�าว่า การทรมาน ตามมาตรา 5  อนุสัญญา
                                                                                                       28
              ดังกล่าวได้รับการลงมติเห็นชอบในวันที่ 9 ธันวาคม 1985 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1987
              มาตรา 2 ของอนุสัญญาให้ค�าจ�ากัดความการทรมานไว้ว่า

                         ....การกระท�าโดยเจตนาให้เกิดความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานต่อร่างกายหรือจิตใจ
              ของบุคคลใดด้วยวัตถุประสงค์ในการสืบสวนสอบสวนทางอาญา ด้วยวิธีการข่มขู่ การลงโทษเป็นการเฉพาะตัว

              หรือเป็นมาตรการป้องกัน ในลักษณะการลงโทษ หรือด้วยเหตุผลอื่นๆ นอกจากนั้น จะต้องเข้าใจว่าการทรมาน
              คือการใช้วิธีที่ตั้งใจท�าลายบุคลิกภาพของผู้เสียหายหรือบั่นทอนความสามารถทางร่างกายและจิตใจ แม้ว่าจะ

              ไม่ท�าให้เกิดความเจ็บปวดทางกายหรือความปวดร้าวทางจิตใจก็ตาม

                    28.  ภายใต้มาตรา 1 ให้รัฐภาคีของอนุสัญญาด�าเนินการป้องกันการทรมานและลงโทษผู้กระท�า

              การทรมานตามบทบัญญัติต่างๆ ในอนุสัญญา รัฐภาคีของอนุสัญญาจะต้องด�าเนินการโดยพลันและอย่างถูกต้อง
              ในการสืบสวนสอบสวนข้อกล่าวหากรณีการทรมานซึ่งเกิดขึ้นในเขตอ�านาจรัฐของตน

                    29.  มาตรา 8 ก�าหนดไว้ว่า “รัฐภาคีจะต้องรับประกันว่า บุคคลใดที่กล่าวอ้างว่าถูกทรมานภายใต้

              เขตอ�านาจของรัฐนั้น จะต้องมีสิทธิในการได้รับการตรวจสอบกรณีดังกล่าวด้วยความเป็นกลาง” ในท�านอง
              เดียวกัน หากว่ามีการกล่าวหาหรือเหตุอันเชื่อได้ว่ามีการทรมานภายใต้เขตอ�านาจของรัฐภาคีใดๆ รัฐนั้นจะต้อง

              รับประกันว่าหน่วยงานของตนจะด�าเนินการสืบสวนสอบสวนกรณีดังกล่าวอย่างถูกต้องและโดยทันที และ
              จะเริ่มกระบวนการทางคดีอาญาหากเห็นสมควร

                    30.  ในรายงานระดับประเทศฉบับหนึ่งประจ�าปี 1998 คณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่ขัดขวาง

              การด�าเนินคดีต่อผู้กระท�าการทรมานอย่างมีประสิทธิผล คือ การขาดความเป็นอิสระในการสืบสวนสอบสวน
              ข้อกล่าวหากรณีการทรมาน เนื่องจากการสืบสวนสอบสวนถูกก�าหนดให้ด�าเนินการโดยหน่วยงานของ

              รัฐบาลกลาง ซึ่งน่าจะมีความคุ้นเคยกับฝ่ายที่ถูกกล่าวหา  ในเรื่องนี้ คณะกรรมาธิการอ้างมาตรา 8 เพื่อเน้น
                                                             29
              ความส�าคัญของ “การตรวจสอบอย่างเป็นกลาง” ในแต่ละกรณี 30





              26   “ข้อบังคับของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในทวีปอเมริกา” (OEA/Ser. L. V/II.92) เอกสารที่ 31 แก้ไขครั้งที่ 3
                 วันที่ 3 พฤษภาคม 1996 ข้อ (1)
              27   ดูกรณีที่ 10.832 รายงานเลขที่ 35/96 รายงานประจ�าปีของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในทวีปอเมริกา ปี 1997
                 วรรค 75
              28   องค์การรัฐอเมริกัน วารสารสนธิสัญญา (Treaty Series) ฉบับที่ 67
              29   คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในทวีปอเมริกา รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศเม็กซิโก (Report on
                 the Situation of Human Rights in Mexico) 1998 วรรค 323
              30
                 Ibid, วรรค 324



              32  พิธีสารอิสตันบูล
   273   274   275   276   277   278   279   280   281   282   283