Page 73 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 73

72         วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน


                    4.3 พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498

                          มาตรา 13 ศ�ลทห�รมีอำ�น�จพิจ�รณ�พิพ�กษ�ว�งบทลงโทษผู้กระทำ�ผิดต่อกฎหม�ยทห�ร
            หรือกฎหม�ยอื่นในท�งอ�ญ�  ในคดีซึ่งผู้กระทำ�ผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รในขณะกระทำ�ผิด
            และมีอำ�น�จสั่งลงโทษบุคคลใด ๆ ที่กระทำ�ผิดฐ�นละเมิดอำ�น�จศ�ลต�มที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหม�ย
            วิธีพิจ�รณ�คว�มแพ่ง
                         มาตรา 14 คดีที่ไม่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�ร คือ

                           (1)   คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รกระทำ�ผิดด้วยกัน
                          (2)   คดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลพลเรือน
                          (3)   คดีที่ต้องดำ�เนินในศ�ลเย�วชนและครอบครัว
                          (4)   คดีที่ศ�ลทห�รเห็นว่�ไม่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�ร
                         มาตรา 15 คดีที่ไม่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�ร ให้ดำ�เนินคดีในศ�ลพลเรือนเมื่อศ�ลพลเรือนได้สั่ง
             รับประทับฟ้องไว้แล้ว  แม้จะปร�กฏต�มท�งพิจ�รณ�ในภ�ยหลังว่�เป็นคดีที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�ร  ก็ให้
             ศ�ลพลเรือนมีอำ�น�จพิจ�รณ�พิพ�กษ�ได้

                         มาตรา 36 ในเวล�ไม่ปกติ คือ ในเวล�ที่มีก�รรบหรือสถ�นะสงคร�มหรือได้ประก�ศใช้
            กฎอัยก�รศึกศ�ลทห�รซึ่งมีอยู่แล้วในเวล�ปกติคงพิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีอ�ญ�ได้ต�มอำ�น�จ  แต่ถ้�ผู้มีอำ�น�จ
            ประก�ศใช้กฎอัยก�รศึกได้ประก�ศ หรือผู้บัญช�ก�รทห�รสูงสุดได้สั่งต�มกฎหม�ยว่�ด้วยกฎอัยก�รศึก
            ให้ศ�ลทห�รมีอำ�น�จพิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีอ�ญ�ใด ๆ อีก ก็ให้ศ�ลทห�รพิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีอ�ญ�
            ต�มประก�ศหรือคำ�สั่งนั้นได้ด้วย
                           เมื่อหมดภ�วะก�รรบ หรือสถ�นะของสงคร�มหรือเลิกใช้กฎอัยก�รศึกศ�ลทห�รยังคงมี
            อำ�น�จพิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีที่ค้�งอยู่ในศ�ลหรือที่ยังมิได้ฟ้องแต่ผู้มีอำ�น�จแต่งตั้งตุล�ก�รหรือรัฐมนตรี
            ว่�ก�รกระทรวงกล�โหมมีอำ�น�จสั่งโอนคดีหรือส่งผู้ต้องห�ไปดำ�เนินคดียังศ�ลทห�รแห่งอื่นได้ และให้
            ศ�ลที่พิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีเช่นนี้มีอำ�น�จและหน้�ที่ดังศ�ลทห�รในเวล�ไม่ปกติ
                        มาตรา  39  เมื่อหน่วยทห�รหรือเรือรบอยู่ในยุทธบริเวณจะตั้งศ�ลอ�ญ�ศึกก็ได้ภ�ยใต้บังคับ
             ม�ตร� 10 ให้ผู้บังคับบัญช�ทห�รสูงสุด ณ ที่นั้น ซึ่งมีกำ�ลังทห�รอยู่ในบังคับบัญช�ไม่น้อยกว่�หนึ่งกองพัน
             หรือเป็นผู้บังคับบัญช�ในเรือรบ ป้อม หรือที่มั่นอย่�งใด ๆ ของทห�รหรือผู้ทำ�ก�รแทน เป็นผู้มีอำ�น�จแต่งตั้ง
             ตุล�ก�รศ�ลอ�ญ�ศึก เพื่อพิจ�รณ�คดีอ�ญ�ที่เกิดขึ้นเฉพ�ะในเขตอำ�น�จหน้�ที่ของหน่วยทห�รนั้นได้ เมื่อ
             ทห�รบก ทห�รเรือ หรือทห�รอ�ก�ศกระทำ�ก�รร่วมกัน ให้ผู้บังคับบัญช�ทห�รสูงสุด ณ ที่นั้นเป็นผู้มีอำ�น�จ
             แต่งตั้งตุล�ก�รศ�ลอ�ญ�ศึก

                         มาตรา 42  ศ�ลอ�ญ�ศึกมีอำ�น�จพิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีอ�ญ�ทั้งปวง ซึ่งก�รกระทำ�ผิด
             เกิดขึ้นในเขตอำ�น�จได้ทุกบทกฎหม�ยและไม่จำ�กัดตัวบุคคล

                         มาตรา 49 ศ�ลทห�รในเวล�ปกติให้อัยก�รทห�รหรือผู้เสียห�ยซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในอำ�น�จ
             ศ�ลทห�รมีอำ�น�จเป็นโจทก์ฟ้องคดีอ�ญ� แต่ถ้�ผู้เสียห�ยมิได้เป็นบุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รแล้ว
             ต้องมอบคดีให้อัยก�รทห�รเป็นโจทก์
                          ศ�ลทห�รในเวล�ไม่ปกติหรือศ�ลอ�ญ�ศึกหรือศ�ลที่พิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีแทนศ�ลอ�ญ�ศึก
             ต�มคว�มในม�ตร� 40 และม�ตร� 43 ให้อัยก�รทห�รเท่�นั้นมีอำ�น�จเป็นโจทก์ ผู้เสียห�ยจะเป็นบุคคล
             ที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รหรือไม่ก็ต�มต้องมอบคดีให้อัยก�รทห�รเป็นโจทก์
   68   69   70   71   72   73   74   75   76   77   78