Page 76 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 76
ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563) 75
ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถ�นก�รณ์ปัจจุบันและให้เกิดคว�มเสมอภ�คกันระหว่�งสิทธิผู้เสียห�ยในศ�ล
ทห�รและศ�ลพลเรือน จึงควรเปิดโอก�สให้สิทธิแก่ผู้เสียห�ยที่มิใช่บุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รส�ม�รถ
ฟ้องคดีอ�ญ�ในศ�ลทห�รในเวล�ปกติได้เช่นเดียวกันผู้เสียห�ยที่เป็นบุคคลที่อยู่ในอำ�น�จของศ�ลทห�ร
กล่�วคือ กำ�หนดให้บุคคลที่มีอำ�น�จฟ้องคดีอ�ญ�ในศ�ลทห�รได้ คือ อัยก�รทห�ร และผู้เสียห�ย ส่วน
ในศ�ลทห�รในเวล�ไม่ปกติและศ�ลอ�ญ�ศึกนั้นคงหลักก�รเดิมเนื่องจ�กเป็นช่วงเวล�ที่บ้�นเมืองอยู่ใน
ภ�วะไม่ปกติหรือมีศึกสงคร�ม อำ�น�จฟ้องคดีจึงควรถูกจำ�กัดให้เป็นของอัยก�รทห�รเท่�นั้น
นอกจ�กกรณีดังที่กล่�วม�ข้�งต้นแล้ว มีกฎหม�ยที่เกี่ยวกับก�รฟ้องคดีในศ�ลทห�ร คือ พระร�ชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่�ด้วยก�รป้องกันและปร�บปร�มก�รทุจริต พ.ศ. 2560 ได้บัญญัติให้อำ�น�จอัยก�ร
สูงสุดหรือคณะกรรมก�รป้องกันและปร�บปร�มก�รทุจริตแห่งช�ติมีอำ�น�จฟ้องคดีในศ�ลทห�รได้ กล่�วคือ
เป็นกรณีที่ข้�ร�ชก�รทห�รที่อยู่ในอำ�น�จไต่สวนและวินิจฉัยของคณะกรรมก�ร ป.ป.ช.กระทำ�ผิดฐ�น
ทุจริตต่อหน้�ที่หรือกระทำ�ผิดต่อตำ�แหน่งหน้�ที่ร�ชก�ร และคณะกรรมก�ร ป.ป.ช. มีมติว่�มีคว�มผิดท�ง
อ�ญ� คณะกรรมก�ร ป.ป.ช. จะส่งร�ยง�น สำ�เน�ก�รไต่สวน เอกส�รหลักฐ�น สำ�เน�อิเล็กทรอนิกส์ และ
คำ�วินิจฉัยไปยังอัยก�รสูงสุดเพื่อให้อัยก�รสูงสุดยื่นฟ้องคดีต่อไป หรือกรณีที่อัยก�รสูงสุดเห็นว่�คำ�วินิจฉัย
ของคณะกรรมก�ร ป.ป.ช. ที่ส่งให้ยังไม่สมบูรณ์พอที่จะดำ�เนินคดีได้ จะมีก�รตั้งคณะทำ�ง�นร่วมระหว่�ง
ผู้แทนคณะกรรมก�ร ป.ป.ช. และผู้แทนอัยก�รสูงสุดเพื่อดำ�เนินก�รรวบรวมพย�นหลักฐ�นให้สมบูรณ์แล้ว
ส่งให้อัยก�รสูงสุดเพื่อฟ้องคดี แต่ห�กเป็นกรณีที่คณะทำ�ง�นร่วมไม่อ�จห�ข้อยุติเกี่ยวกับก�รดำ�เนินก�ร
ฟ้องคดีได้ คณะกรรมก�ร ป.ป.ช. จะมีอำ�น�จฟ้องคดีเอง โดยในก�รดำ�เนินคดีกับผู้ถูกกล่�วห�ที่เป็นบุคคล
ที่อยู่ในอำ�น�จของศ�ลทห�ร อัยก�รสูงสุดจะเป็นผู้ฟ้องคดีโดยถือว่�เป็นอัยก�รทห�รต�มกฎหม�ยว่�ด้วย
พระธรรมนูญศ�ลทห�ร หรือจะมอบให้อัยก�รทห�รเป็นผู้ฟ้องคดีแทนก็ได้ หรือกรณีที่ก�รตั้งคณะทำ�ง�น
ร่วมระหว่�งผู้แทนคณะกรรมก�ร ป.ป.ช. และผู้แทนอัยก�รสูงสุดเพื่อดำ�เนินก�รรวบรวมพย�นหลักฐ�น
ให้สมบูรณ์ แต่คณะทำ�ง�นร่วมดังกล่�วไม่อ�จห�ข้อยุติเกี่ยวกับก�รดำ�เนินก�รฟ้องคดีได้ดังที่ได้กล่�วข้�งต้น
คณะกรรมก�ร ป.ป.ช. มีอำ�น�จฟ้องและดำ�เนินคดีอ�ญ�ในศ�ลทห�รได้ ทั้งนี้ ต�มพระร�ชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญว่�ด้วยก�รป้องกันและปร�บปร�มก�รทุจริต พ.ศ. 2560 ม�ตร� 93 ประกอบม�ตร� 77 และม�ตร� 96
ดังนั้น กรณีข้�ร�ชก�รทห�รกระทำ�คว�มผิดดังที่กล่�วม�นี้ เป็นก�รตัดอำ�น�จก�รดำ�เนินคดีของ
อัยก�รทห�รในศ�ลทห�ร ส่งผลให้ผู้บังคับบัญช�ของอัยก�รทห�รไม่มีอำ�น�จสั่งคดีต�มข้อบังคับกระทรวง
กล�โหมว่�ด้วยอัยก�รทห�ร พ.ศ. 2499 ข้อ 5 (1) และอัยก�รทห�รไม่มีอำ�น�จเป็นโจทก์ฟ้องคดีในศ�ลทห�ร
ต�มพระร�ชบัญญัติธรรมนูญศ�ลทห�ร พ.ศ. 2498 ม�ตร� 49 โดยกรณีดังกล่�วนี้ ก�รฟ้องคดีจะเป็นอำ�น�จ
ของอัยก�รสูงสุดหรือคณะกรรมก�ร ป.ป.ช. แล้วแต่กรณี อำ�น�จของอัยก�รสูงสุดหรือคณะกรรมก�ร ป.ป.ช.
ในก�รดำ�เนินคดีอ�ญ�ในศ�ลซึ่งมีเขตอำ�น�จพิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีต�มพระร�ชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่�ด้วยก�รป้องกันและปร�บปร�มก�รทุจริต พ.ศ. 2560 เป็นอำ�น�จต�มกฎหม�ยพิเศษจึงยกเว้นอำ�น�จ
สั่งคดีของผู้บังคับบัญช�ของอัยก�รทห�รต�มพระร�ชบัญญัติธรรมนูญศ�ลทห�ร พ.ศ. 2498 ม�ตร� 11 และ
ข้อบังคับกระทรวงกล�โหมว่�ด้วยอัยก�รทห�ร พ.ศ. 2499 ข้อ 5 (1) และยกเว้นอำ�น�จเป็นโจทก์ฟ้องคดี
ของอัยก�รทห�รต�มพระร�ชบัญญัติธรรมนูญศ�ลทห�ร พ.ศ. 2498 ม�ตร� 49 ซึ่งเป็นกฎหม�ยและข้อบังคับ
ฝ่�ยทห�รอันเป็นกฎหม�ยทั่วไปในกระบวนก�รยุติธรรมทห�ร
จ�กบทบัญญัติในกฎหม�ยทั้งสองฉบับนี้ เห็นได้ว่�ห�กเป็นกรณีที่ข้�ร�ชก�รทห�รซึ่งอยู่ในอำ�น�จ
ไต่สวนและวินิจฉัยของคณะกรรมก�ร ป.ป.ช. ต�มหลักเกณฑ์ที่ได้กล่�วม�ข้�งต้น ได้กระทำ�ผิดฐ�นทุจริต
ต่อหน้�ที่หรือกระทำ�ผิดต่อตำ�แหน่งหน้�ที่ร�ชก�ร ก็จะเป็นก�รตัดอำ�น�จก�รดำ�เนินคดีของอัยก�รทห�รใน
ศ�ลทห�ร ส่งผลให้ผู้บังคับบัญช�ของอัยก�รทห�รไม่มีอำ�น�จสั่งคดี และอัยก�รทห�รไม่มีอำ�น�จเป็นโจทก์
ฟ้องคดีในศ�ลทห�ร

