Page 78 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 78

ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)  77



               ส่วนในศ�ลทห�รนั้นผู้มีอำ�น�จฟ้องขอให้คืนทรัพย์หรือใช้ร�ค�ทรัพย์หรือใช้ค่�สินไหมทดแทนมีเฉพ�ะอัยก�ร
               ทห�รเท่�นั้น และศ�ลทห�รจะพิพ�กษ�ได้เฉพ�ะให้คืนทรัพย์ ใช้ร�ค�ทรัพย์ หรือใช้ค่�สินไหมทดแทนให้แก่
               รัฐบ�ลเท่�นั้น ส่วนผู้เสียห�ยไม่ว่�จะเป็นบุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รหรือไม่ก็ต�ม จะถูกจำ�กัดสิทธิโดยไม่มี
               อำ�น�จร้องขอให้จำ�เลยคืนทรัพย์ ใช้ร�ค�ทรัพย์หรือใช้ค่�สินไหมทดแทนคว�มเสียห�ย ซึ่งก่อให้เกิดปัญห�
               ในท�งปฏิบัติ  และเกิดคว�มไม่สะดวกทำ�ให้ผู้เสียห�ยต้องไปฟ้องร้องต่อศ�ลพลเรือนเพื่อเรียกค่�เสียห�ย
               หรือค่�สินไหมทดแทนอีกครั้งหนึ่ง

                          โดยก�รดำ�เนินคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอ�ญ�ในศ�ลทห�ร  ต�มพระร�ชบัญญัติธรรมนูญศ�ลทห�ร
               พ.ศ. 2498 ม�ตร� 53 ได้บัญญัติ ห้�มมิให้ผู้เสียห�ยที่เป็นโจทก์ร้องขอให้จำ�เลยคืนทรัพย์ ใช้ร�ค�ทรัพย์
               หรือใช้ค่�สินไหมทดแทนในก�รดำ�เนินกระบวนพิจ�รณ�ในศ�ลทห�ร  เห็นได้ว่�ผู้เสียห�ยไม่ส�ม�รถดำ�เนิน
               กระบวนพิจ�รณ�เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอ�ญ�ในศ�ลทห�รได้เลยผู้เสียห�ยจะต้องไปฟ้องร้องในส่วน
               ค่�เสียห�ยต่อศ�ลพลเรือนต่�งห�ก  ก่อให้เกิดคว�มไม่สะดวกแก่ผู้เสียห�ยและสิ้นเปลืองค่�ใช้จ่�ย  ซึ่งเป็นอีก
               กรณีหนึ่งที่นอกจ�กจะไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญในเรื่องคว�มเสมอภ�คแล้ว ยังเป็นก�รไม่สอดคล้องกับ
               แนวนโยบ�ยแห่งรัฐในก�รให้ประช�ชนเข้�ถึงกระบวนก�รยุติธรรมต�มรัฐธรรมนูญแห่งร�ชอ�ณ�จักรไทย
               พุทธศักร�ช 2560 ม�ตร� 68
                             โดยก�รเรียกค่�สินไหมทดแทนหรือค่�เสียห�ยที่เกิดจ�กก�รกระทำ�คว�มผิดอ�ญ�นั้นเป็นสิทธิ
               ที่ม�จ�กก�รดำ�เนินกระบวนก�รยุติธรรมโดยรวดเร็วอันเป็นหลักที่คุ้มครองคว�มยุติธรรมในก�รดำ�เนิน
               กระบวนก�รยุติธรรมให้เสร็จสิ้นไปโดยปร�ศจ�กคว�มล่�ช้�  ดังนั้น  บทบัญญัติม�ตร�  51  และม�ตร� 53
               แห่งพระร�ชบัญญัติธรรมนูญศ�ลทห�ร พ.ศ. 2498 จึงไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งร�ชอ�ณ�จักรไทย
               พุทธศักร�ช 2560 ม�ตร� 68 ซึ่งเป็นก�รจำ�กัดสิทธิของผู้เสียห�ยและให้อำ�น�จเฉพ�ะอัยก�รทห�รที่จะ
               ร้องขอให้คืนทรัพย์ใช้ร�ค�ทรัพย์  หรือใช้ค่�สินไหมทดแทนให้แก่รัฐบ�ลเท่�นั้น  ทำ�ให้ผู้เสียห�ยต้องไปฟ้องร้อง
               เป็นคดีแพ่งที่ศ�ลพลเรือนทั้ง ๆ ที่มูลคว�มแห่งคดี ทั้งคดีแพ่งและคดีอ�ญ�เป็นเรื่องเดียวกัน แต่กลับต้อง
               พิจ�รณ�ถึงสองศ�ลทำ�ให้เกิดคว�มไม่สะดวกและทำ�ให้คดีล่�ช้� และทำ�ให้ผู้เสียห�ยหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบ
               จ�กก�รกระทำ�คว�มผิดได้รับก�รเยียวย�ที่ล่�ช้� อีกทั้งผู้เสียห�ยจะต้องเสียห�ยค่�ใช้จ่�ยอีกจำ�นวนม�ก เช่น
               ค่�จ้�งทน�ยคว�ม ค่�ธรรมเนียมศ�ล ค่�เอกส�รต่�ง ๆ เป็นต้น โดยเฉพ�ะอย่�งยิ่งรัฐจะต้องสิ้นเปลือง
               งบประม�ณในก�รดำ�เนินกระบวนพิจ�รณ�คดีโดยไม่จำ�เป็น

                              ดังนั้น จึงควรแก้ไขบทบัญญัติดังกล่�วให้อัยก�รทห�รมีอำ�น�จร้องขอให้จำ�เลยคืนทรัพย์ ใช้ร�ค�
               ทรัพย์หรือค่�สินไหมทดแทน แทนผู้เสียห�ยในศ�ลทห�รได้ เช่นเดียวกับศ�ลพลเรือนและห�กผู้เสียห�ย
               ฟ้องคดีต่อศ�ลทห�รเอง ก็ให้มีสิทธิร้องขอให้คืนทรัพย์ ใช้ร�ค�ทรัพย์หรือค่�สินไหมทดแทนได้ด้วย
               เพื่อคว�มสะดวกและรวดเร็วในก�รดำ�เนินคดีที่ผู้เสียห�ยจะได้ไม่ต้องไปฟ้องเป็นคดีแพ่งต่อศ�ลพลเรือน
               อีก เพื่อเป็นก�รคุ้มครองสิทธิของผู้เสียในศ�ลทห�รให้มีคว�มเท่�เทียมกับผู้เสียห�ยในศ�ลพลเรือน
   73   74   75   76   77   78   79   80   81   82   83