Page 75 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 75
74 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
5.1 การฟ้องคดี
ก�รฟ้องคดีในศ�ลทห�รนั้น พระร�ชบัญญัติธรรมนูญศ�ลทห�ร พ.ศ. 2498 ม�ตร� 49
บัญญัติให้ศ�ลทห�รในเวล�ปกติให้อัยก�รทห�รหรือผู้เสียห�ยซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รมีอำ�น�จ
เป็นโจทก์ฟ้องคดีอ�ญ� แต่ถ้�เป็นผู้เสียห�ยที่มิได้เป็นบุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รแล้ว ต้องมอบคดี
ให้อัยก�รทห�รเป็นโจทก์ ส่วนศ�ลทห�รในเวล�ไม่ปกติหรือศ�ลอ�ญ�ศึก หรือศ�ลที่พิจ�รณ�พิพ�กษ�คดี
แทนศ�ลอ�ญ�ศึกต�มคว�มในม�ตร� 40 และม�ตร� 43 ให้อัยก�รทห�รเท่�นั้นมีอำ�น�จเป็นโจทก์ ผู้เสียห�ย
จะเป็นบุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รหรือไม่ก็ต�มต้องมอบคดีให้อัยก�รทห�รเป็นโจทก์ ซึ่งจะเห็นได้ว่�
ผู้มีอำ�น�จฟ้องคดีอ�ญ�ในศ�ลทห�ร คือ (1) อัยก�รทห�ร (2) ผู้เสียห�ยซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�ร
จ�กบทบัญญัติดังกล่�วผู้มีอำ�น�จฟ้องคดีอ�ญ�ต่อศ�ลทห�รในเวล�ปกติ คือ อัยก�รทห�รและ
ผู้เสียห�ยที่เป็นบุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�ร แต่ถ้�เป็นผู้เสียห�ยที่มิใช่บุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รต้อง
มอบคดีให้อัยก�รทห�รเป็นโจทก์ฟ้องคดีแทน ก�รที่กฎหม�ยจำ�กัดสิทธิของผู้เสียห�ยซึ่งเป็นบุคคลที่มิใช่
บุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รดังกล่�ว เป็นกรณีที่ไม่สอดคล้องกับหลักคว�มเสมอภ�คที่บุคคลทั่วไปควรจะ
ได้รับ ก่อให้เกิดปัญห�เกี่ยวกับก�รฟ้องคดีอ�ญ�ในศ�ลทห�รโดยเป็นก�รจำ�กัดสิทธิหรือเป็นก�รปิดกั้น
ประช�ชนทำ�ให้ไม่มีโอก�สร้องขอคว�มเป็นธรรมได้อย่�งเสรีและไม่สอดคล้องแนวนโยบ�ยแห่งรัฐในก�ร
จัดให้ประช�ชนเข้�ถึงกระบวนก�รยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็วและไม่มีค่�ใช้จ่�ยสูงเกินสมควร
ต�มที่รัฐธรรมนูญแห่งร�ชอ�ณ�จักรไทย พุทธศักร�ช 2560 ม�ตร� 68 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ ทำ�ให้สิทธิ
ขั้นพื้นฐ�นของผู้เสียห�ยในคดีอ�ญ�สูญเสียไป อีกทั้ง เป็นก�รไม่เปิดโอก�สให้มีก�รถ่วงดุลก�รใช้อำ�น�จ
ในก�รตรวจสอบก�รใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญช�อัยก�รทห�ร เกิดคว�มไม่เท่�เทียมกันในสิทธิและเสรีภ�พ
เมื่อเปรียบเทียบกับผู้มีอำ�น�จฟ้องคดีในศ�ลพลเรือน ที่กฎหม�ยเปิดโอก�สให้ประช�ชนทั่วไปที่เป็นผู้เสียห�ย
มีอำ�น�จฟ้องคดีอ�ญ�ต่อศ�ลได้ เช่นเดียวกับพนักง�นอัยก�ร ก�รที่กฎหม�ยไม่เปิดโอก�สให้ผู้เสียห�ย
ที่มิใช่บุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รฟ้องคดีอ�ญ�ในศ�ลทห�รได้เองนั้น ส่งผลกระทบเป็นก�ร
ตัดสิทธิในหล�ยประก�ร เช่น
(1) ตัดสิทธิในก�รดำ�เนินคดีอ�ญ�ต่อไป ห�กผู้บังคับบัญช�อัยก�รทห�รมีสั่งไม่ฟ้องซึ่ง
จะทำ�ให้ไม่ส�ม�รถดำ�เนินคดีกับผู้กระทำ�คว�มผิดได้
(2) ตัดสิทธิในก�รจัดก�รแทนผู้เสียห�ย
(3) ตัดสิทธิในก�รเข้�ร่วมเป็นโจทก์กับอัยก�รทห�ร
(4) ตัดสิทธิในก�รเสนอพย�นหลักฐ�นของฝ่�ยผู้เสียห�ย
(5) ตัดสิทธิในก�รรับมรดกคว�ม
(6) ตัดสิทธิในก�รฟ้องคดีใหม่ในกรณีที่อัยก�รทห�รถอนฟ้องคดีจ�กศ�ลทห�ร
(7) ตัดสิทธิในก�รอุทธรณ์ฎีก�ในกรณีที่อัยก�รทห�รมีคว�มเห็นไม่อุทธรณ์หรือฎีก�
ผลกระทบดังที่กล่�วม�นั้น ห�กผู้เสียห�ยเป็นบุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รจะมีสิทธิดังที่
กล่�วม�ทุกประก�ร จึงเห็นได้ว่�ก�รตัดสิทธิผู้เสียห�ยที่มิใช่บุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รนั้น เป็นกรณี
ที่รัฐให้คว�มคุ้มครองสิทธิและเสรีภ�พของบุคคลและอำ�นวยคว�มยุติธรรมแก่ประช�ชนไม่เท่�เทียมกัน
อันเป็นก�รไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญและแม้ว่�จะกำ�หนดท�งแก้ไว้โดยให้อัยก�รทห�รฟ้องคดี
แทนผู้เสียห�ยที่มิใช่บุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�ร แต่อัยก�รทห�รก็เป็นเพียงตัวแทนของรัฐในก�รฟ้องคดี
เพื่อรักษ�คว�มสงบเรียบร้อยของบ้�นเมืองเท่�นั้น ไม่ได้เป็นผู้ที่ได้รับผลร้�ยโดยตรงจ�กก�รกระทำ�คว�มผิด
ซึ่งห�กเป็นกรณีที่ผู้บังคับบัญช�อัยก�รทห�รมีคำ�สั่งไม่ฟ้องคดี ก็จะทำ�ให้ไม่ส�ม�รถดำ�เนินคดีกับผู้กระทำ�คว�มผิดได้

