Page 121 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 121
120 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
4.2 ทัศนคติต่อธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่และผลกระทบที่มีต่อร้านค้าปลีกดั้งเดิม
ค�ลส์ โรเจอร์ ให้คว�มหม�ยของทัศนคติว่� หม�ยถึง ดัชนีชี้ว่�บุคคลคิดและรู้สึกอย่�งไร
กับคนรอบข้�ง วัตถุ หรือสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสถ�นก�รณ์ต่�ง ๆ โดยทัศนคติมีร�กฐ�นม�จ�กคว�มเชื่อ
ที่อ�จส่งผลถึงพฤติกรรมในอน�คตได้ ทัศนคติจึงเป็นเพียงคว�มพร้อมที่จะตอบสนองต่อสิ่งเร้� และเป็นมิติ
ของก�รประเมิน เพื่อแสดงว่�ชอบหรือไม่ชอบต่อประเด็นหนึ่ง ๆ ซึ่งถือเป็นก�รสื่อส�รภ�ยในบุคคล
(Interpersonal Communication) ที่เป็นผลกระทบม�จ�กก�รรับส�รอันจะมีผลต่อพฤติกรรมต่อไป
จะเห็นได้ว่�ทัศนคติมีคว�มสัมพันธ์กับพฤติกรรมของคน เพร�ะทัศนคติของคนจะเป็นตัวหล่อหลอม
ให้เกิดเป็นพฤติกรรมของคน ดังนั้น จ�กก�รศึกษ�ถึงทัศนคติของประช�ชนที่มีต่อธุรกิจค้�ปลีกขน�ดใหญ่
และทัศนคติของประช�ชนเรื่องคว�มช่วยเหลือของรัฐที่มีต่อร้�นค้�ปลีกดั้งเดิมท้องถิ่นที่กล่�วถึงแล้วนั้น
พบว่� ประช�ชนส่วนใหญ่มีคว�มรู้สึกและตระหนักถึงผลกระทบที่มีต่อร้�นค้�ปลีกดั้งเดิม อันเนื่องม�จ�ก
ธุรกิจค้�ปลีกขน�ดใหญ่ ทั้งนี้ มีปัจจัยม�จ�กร�กฐ�นย�วน�นของโครงสร้�งท�งสังคมเศรษฐกิจแบบเก่�
แต่ประช�ชนไม่ทร�บถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อภ�พโดยรวม และองค์คว�มรู้ที่ครบทุกด้�นในก�รหล่อหลอม
ให้เกิดเป็นคว�มเชื่อจนนำ�ไปสู่ก�รเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในท้�ยที่สุด
กล่�วได้ว่� อิทธิพลจ�กกระแสหลักก�รพัฒน�ประเทศได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผู้คนในสังคม
รวมถึงรูปแบบวิถีชุมชนที่ต้องเปลี่ยนไปต�มสภ�พแวดล้อมท�งเศรษฐกิจและสังคมประกอบกับร้�นค้�ปลีก
สมัยใหม่มีศักยภ�พในก�รดึงดูดผู้บริโภค ไม่ว่�จะเป็นก�รจูงใจในด้�นต่�ง ๆ เช่น คว�มสะดวกสบ�ย ร�ค�
คว�มหล�กหล�ยของสินค้�และบริก�ร ทำ�เลที่ตั้ง และหรือรูปแบบและวิธีก�รในก�รส่งเสริมก�รข�ยรวมถึง
ก�รโฆษณ�และประช�สัมพันธ์ จึงทำ�ให้ร้�นค้�ปลีกสมัยใหม่เป็นที่นิยมม�กกว่�ร้�นค้�ปลีกดั้งเดิม แต่มี
ข้อสังเกตที่สำ�คัญและอ�จเป็นเงื่อนไขที่ทำ�ให้ร้�นค้�ปลีกดั้งเดิมส�ม�รถประกอบกิจก�รอยู่ได้ คือ
(1) ก�รที่ผู้คนจำ�นวนหนึ่งที่ไม่ทร�บถึงแนวนโยบ�ยด้�นเศรษฐกิจที่กำ�หนดให้รัฐต้องสนับสนุน
5.
ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรม
(2) ก�รที่ผู้คนจำ�นวนหนึ่งยังต้องก�รระบบเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบก�รคำ�นึงถึงผู้บริโภค โดย
มีคุณธรรม จริยธรรม และคำ�นึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ไม่เอ�เปรียบหรือปรับร�ค�ม�กเกินไป
(3) ก�รที่ผู้คนจำ�นวนหนึ่งยังเห็นว่� รัฐควรมีม�ตรก�รควบคุมก�รขย�ยตัวของธุรกิจค้�ปลีก
ขน�ดใหญ่ไม่ให้ขย�ยตัวไปยังชุมชนย่อย
(4) ก�รที่ผู้คนจำ�นวนหนึ่งยังคงเห็นว่� รัฐควรมีม�ตรก�รป้องกันร้�นค้�ปลีกดั้งเดิมมิให้
ได้รับผลกระทบจ�กก�รแข่งขันกับธุรกิจค้�ปลีกขน�ดใหญ่
5. บทวิเคราะห์ถึงผลกระทบธุรกิจการค้าปลีกขนาดใหญ่กับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
จ�กก�รวิจัยมีข้อสังเกตสองประก�ร กล่�วคือ ประก�รแรก คือ ก�รไม่มีกติก�ที่เป็นธรรม ทำ�ให้
เกิดคว�มย�กจน และคว�มไม่เท่�เทียมกัน และเป็นก�รละเมิดต่อเสรีภ�พในก�รประกอบอ�ชีพ เพร�ะก�ร
เปิดก�รค้�เสรีซึ่งเป็นผลทำ�ให้มีก�รแข่งขันสูงและเป็นเหตุให้เกิดสภ�วก�รณ์แข่งขันในก�รลดร�ค�สินค้�
ทำ�ให้เกิดผลกระทบกับธุรกิจขน�ดเล็ก (ร้�นค้�ปลีกดั้งเดิม) ซึ่งไม่ส�ม�รถต้�นท�นธุรกิจขน�ดใหญ่ซึ่งมีเงิน
ทุนม�กไว้ได้ ทำ�ให้ธุรกิจขน�ดเล็กต้องปิดกิจก�ร ซึ่งเป็นก�รกระทบกระเทือนต่อหลักก�รพื้นฐ�นที่พึงปฏิบัติ
ต่อมนุษย์เรื่องคว�มเป็นธรรม และเป็นก�รลิดรอนจำ�กัดต่อเสรีภ�พในก�รประกอบอ�ชีพของบุคคล และ
ประก�รที่สอง คือ ปร�กฏก�รณ์ทำ�ล�ยคุณค่�วิถีชุมชน โดยที่ก�รขย�ยตัวของธุรกิจค้�ปลีกภ�ยใต้กติก�
ที่ไม่เป็นธรรม ทำ�ให้ร้�นค้�ปลีกย่อยซึ่งเป็นเศรษฐกิจพื้นฐ�นของชุมชนไม่ส�ม�รถให้อยู่รอดได้ ข�ดมิติ
คว�มหล�กหล�ยของก�รประกอบอ�ชีพในชุมชน จึงทำ�ให้เกิดก�รละเมิดสิทธิมนุษยชนในแง่มุมต่�ง ๆ

