Page 124 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 124
6.
ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563) 123
6. บทสรุปและข้อเสนอแนะ
6.1 บทสรุป
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เรื่อยม�จนถึงปัจจุบันธุรกิจค้�ปลีกขน�ดใหญ่ได้ดำ�เนินกลยุทธ์ท�งก�รตล�ด
โดยปรับรูปแบบให้มีขน�ดเล็กลง เพื่อขย�ยกิจก�รส�ข�ไปสู่ชุมชนระดับย่อย ก�รดำ�เนินก�รในลักษณะ
ดังกล่�วส่งผลกระทบต่อร้�นค้�ปลีกดั้งเดิมในท้องถิ่น จ�กก�รวิจัยพบว่� ภ�ครัฐได้ตอบสนองโดยก�ร
พย�ย�มสร้�งม�ตรก�รต่�ง ๆ เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญห�ที่เกิดขึ้น อ�ทิ โครงก�รรวมพลังโชห่วยสู้วิกฤต
หรือก�รจัดตั้งบริษัท รวมค้�ปลีกเข้มแข็ง จำ�กัด (ART) หรือก�รจัดอบรมให้คว�มรู้ด้�นก�รบริห�รจัดก�รร้�น
ค้�ปลีกสมัยใหม่แก่ผู้ประกอบธุรกิจค้�ปลีกขน�ดกล�งและเล็ก หรือก�รเชื่อมโยงเครือข่�ยธุรกิจค้�ปลีก
ร้�นค้�ส่ง ผู้ผลิตและจัดจำ�หน่�ยและมีนโยบ�ยในก�รใช้ม�ตรก�รท�งกฎหม�ยที่มีอยู่แล้วม�แก้ไขปัญห�ของก�ร
ขย�ยส�ข�ธุรกิจค้�ปลีกต่�งช�ติในระดับย่อย ได้แก่ กฎหม�ยผังเมืองและกฎหม�ยควบคุมอ�ค�ร รวมทั้งยัง
ได้อ�ศัยกฎหม�ยก�รแข่งขันท�งก�รค้�เข้�ช่วยสนับสนุนในกรณีที่ธุรกิจค้�ปลีกขน�ดใหญ่ร�ยใดมีพฤติกรรม
ที่มีลักษณะเอ�เปรียบผู้ประกอบธุรกิจอื่นหรือผูกข�ดตัดตอนท�งก�รค้�รวมทั้งกฎหม�ยคุ้มครองผู้บริโภค
สำ�หรับกรณีที่มีพฤติกรรมเอ�เปรียบผู้บริโภค ซึ่งจัดได้ว่�เป็นก�รใช้ม�ตรก�รท�งอ้อมส่วนม�ตรก�ร
ท�งกฎหม�ยโดยตรงนั้น พบว่� ภ�ครัฐได้พย�ย�มผลักดันร่�งพระร�ชบัญญัติก�รประกอบธุรกิจค้�ปลีกขนส่ง
พ.ศ. ... ซึ่งมีวัตถุประสงค์ควบคุมก�รจัดระเบียบก�รประกอบธุรกิจค้�ปลีกค้�ส่ง เพื่อให้ก�รประกอบธุรกิจค้�ปลีก
ทุกประเภท ส�ม�รถดำ�รงอยู่ได้ต�มสภ�พท�งเศรษฐกิจก�รค้�และสภ�พแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่น
เมื่อเปรียบเทียบกับม�ตรก�รท�งกฎหม�ยของต่�งประเทศ อ�ทิ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐอเมริก� พบว่�
มีก�รใช้ม�ตรก�รท�งกฎหม�ยในลักษณะของก�รกำ�หนดร�ยละเอียดปลีกย่อยท�งอ้อม ในก�รป้องกัน
ผลกระทบของธุรกิจค้�ปลีกขน�ดใหญ่ที่มีต่อร้�นค้�ดั้งเดิมท้องถิ่น เช่น ก�รจัดระเบียบก�รจร�จร
ก�รจัดระเบียบพื้นที่ตั้ง หรือม�ตรก�รเพื่อคว�มปลอดภัย เป็นต้น ง�นวิจัยนี้พบว่� ม�ตรก�รท�งกฎหม�ย
มิได้เป็นปัจจัยที่มีนัยสำ�คัญในก�รปกป้องร้�นค้�ดั้งเดิมท้องถิ่น แต่ปัจจัยที่ทำ�ให้ธุรกิจค้�ปลีกขน�ดใหญ่
ไม่กลืนกินร้�นค้�ปลีกดั้งเดิมท้องถิ่นหรือร้�นค้�กลุ่มทุนช�ติ ได้แก่ “ก�รสร้�งจิตสำ�นึกร่วมกัน” ของปัจเจกชน
ชุมชน และสังคม ให้ตระหนักถึงคุณค่�ในคว�มดีของก�รมีอยู่ของร้�นค้�ปลีกดั้งเดิมท้องถิ่น ซึ่งเปรียบได้
กับ “กระดูกสันหลังของเศรษฐกิจชุมชน” และคว�มง�มของคว�มหล�กหล�ยในก�รประกอบอ�ชีพ
ของคนท้องถิ่น โดยยึดโยงกับกระบวนทัศน์เรื่องก�รพัฒน�ที่สมดุลอย่�งยั่งยืนอันมีสิทธิมนุษยชนควบคู่กับ
ศักดิ์ศรีคว�มเป็นมนุษย์เป็นปัจจัยหลักในก�รพัฒน�ประเทศสืบไป
6.2 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
จ�กก�รวิจัยพบว่�รัฐควรทบทวนก�รอนุญ�ตในเรื่องก�รขย�ยตัวของร้�นค้�ปลีกสมัยใหม่โดย
ชะลอไว้เป็นก�รชั่วคร�ว และพิจ�รณ�ถึงคว�มเปร�ะบ�งของชุมชน โดยรัฐต้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนควบคู่ไปกับ
ก�รพัฒน�เศรษฐกิจ ทิศท�งก�รพัฒน�ประเทศไทยควรว�งอยู่บนกรอบคว�มคิดเรื่อง “ก�รพัฒน�อย่�งยั่งยืน”
ต�มที่ได้กำ�หนดอยู่ในแผนพัฒน�ประเทศและแนวนโยบ�ยพื้นฐ�นแห่งรัฐต�มรัฐธรรมนูญ รัฐต้องบูรณ�ก�รกรอบ
คว�มคิดในก�รบริห�รง�นของภ�ครัฐ โดยก�รบริห�รปกครองของภ�ครัฐในระบอบประช�ธิปไตยนั้น ต้องคำ�นึงถึง
สิทธิในก�รพัฒน� ซึ่งมีหลักสำ�คัญประก�รแรกว่� ภ�ครัฐมีหน้�ที่จัดระเบียบท�งเศรษฐกิจที่เหม�ะสมต่อก�รพัฒน�
คุณภ�พสังคมและสิ่งแวดล้อม ประก�รที่สอง ภ�ครัฐมีหน้�ที่ต้องกระจ�ยร�ยได้เพื่อให้เกิดคว�มเป็นธรรมแก่คนใน
สังคม และประก�รสุดท้�ย คือ ก�รคุ้มครองสิทธิมนุษยชน นอกจ�กนี้ นโยบ�ยข้�งต้นต้องได้รับก�รถ่�ยทอดไปสู่
หน่วยง�นภ�ครัฐส่วนท้องถิ่น ก�รสร้�งเครือข่�ยคว�มร่วมมือระหว่�งภ�ครัฐ ภ�คธุรกิจ และภ�คประช�ชน โดย
ก่อนที่จะดำ�เนินม�ตรก�รในท�งปฏิบัติใด ๆ ภ�ครัฐควรชะลอก�รอนุญ�ตก�รขย�ยตัวของร้�นค้�ปลีกสมัยใหม่ไว้
เป็นก�รชั่วคร�วก่อน จนกว่�จะแน่ใจว่�รัฐมีกลไกคุ้มครองที่พร้อมเพรียงแล้ว โดยภ�ยใต้กรอบแนวคิดดังกล่�ว
มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบ�ยและม�ตรก�รในท�งปฏิบัติ สำ�หรับป้องกันผลกระทบของธุรกิจค้�ปลีกขน�ดใหญ่กับ
ก�รคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ดังต่อไปนี้

