Page 118 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 118
ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563) 117
3.6.1 ตัวอย่�งม�ตรก�รท�งกฎหม�ยของประเทศญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่นมีพัฒน�ก�รท�งกฎหม�ยในก�รควบคุมร้�นค้�ปลีกสมัยใหม่อยู่
หล�ยฉบับ ได้แก่ (1) กฎหม�ยห้�งสรรพสินค้� (Department Store Law) (2) กฎหม�ยร้�นค้�ปลีกขน�ดใหญ่
(The Act on the Adjustment of Business Activities of Retail Business at Large-scale Retail
Stores (Act No. 109 of 1973)) และ (3) กฎหม�ยที่ตั้งของร้�นค้�ปลีกขน�ดใหญ่ (Large Scale Retail
Stores Law : LSLL)
กฎหม�ยฉบับแรกใช้บังคับเมื่อปี ค.ศ. 1937 โดยบังคับใช้กับห้�งสรรพสินค้�ที่มี
ขน�ดใหญ่ (1,500 หรือ 3,000 ต�ร�งเมตรขึ้นไป) ขึ้นอยู่กับสภ�พของเมืองที่ตั้งห้�งสรรพสินค้� เพื่อป้องกัน
ผลกระทบร้�นค้�ขน�ดเล็กให้ส�ม�รถแข่งขันได้ โดยกฎหม�ยได้กำ�หนดให้ห้�งสรรพสินค้�ต้องได้รับ
ใบอนุญ�ตจ�กรัฐ และกำ�หนดเงื่อนไข เช่น ก�รก่อสร้�ง ก�รขย�ยส�ข� ก�รกำ�หนดวันเปิดและปิด
โดยกำ�หนดให้ห้�งสรรพสินค้�ต้องปิดเวล� 18.00 น�ฬิก� และมีวันหยุดในแต่ละเดือนไม่น้อยกว่� 4 วัน
จ�กนั้น ในปี ค.ศ. 1973 ได้มีก�รตร�กฎหม�ยชื่อว่� “The Act on the Adjustment
of Business Activities of Retail Business at Large-scale Retail Stores 1973” ม�บังคับใช้แทน
เพื่อรองรับก�รเปลี่ยนแปลงรูปแบบของร้�นค้�ปลีกสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจ�กห้�งสรรพสินค้� เช่น
ร้�นสะดวกซื้อ ร้�นซุปเปอร์ม�ร์เก็ต ฯลฯ
ต่อม�ในภ�ยหลัง (ค.ศ. 1980 – 1990) ประเทศญี่ปุ่นมีปัญห�ท�งเศรษฐกิจ ประกอบ
กับผู้บริโภคมีคว�มต้องก�รบริโภคที่หล�กหล�ยและมีเสียงม�กขึ้น ประกอบกับนโยบ�ยท�งเศรษฐกิจของประเทศ
ที่ต้องปรับให้เข้�กับระเบียบเศรษฐกิจโลกม�กขึ้น (นโยบ�ยเศรษฐกิจแบบเสรี) ส่งผลให้กฎหม�ยดังกล่�วมีก�ร
ปรับใช้อย่�งผ่อนคล�ยม�กขึ้น
ในปี ค.ศ. 1991 ได้ผ่อนคล�ยขน�ดของร้�นค้�ปลีก โดยมีก�รปรับคำ�นิย�มของ
ขน�ดห้�งประเภท ที่ 1 จ�ก 1,500 ต�ร�งเมตร เป็น 3,000 ต�ร�งเมตร (เมืองใหญ่ปรับเป็น 6,000 ต�ร�งเมตร)
และขน�ดห้�งประเภท ที่ 2 จ�ก 500 – 1,500 ต�ร�งเมตร เป็นขน�ด 500 – 3,000 ต�ร�งเมตร
(เมืองใหญ่ 500 – 6,000 ต�ร�งเมตร) นอกจ�กนี้ ยังผ่อนปรนเรื่องเวล�ก�รปิดของร้�นค้�ปลีกขน�ดใหญ่
จ�ก 18.00 น�ฬิก� เป็น 19.00 น�ฬิก� เป็นต้น
ในปี ค.ศ. 1994 ได้ผ่อนคล�ยให้ร้�นค้�ปลีกที่ใช้พื้นที่น้อยกว่� 1,000 ต�ร�งเมตร
ไม่อยู่ในบังคับแห่งกฎหม�ย หรือก�รขย�ยเวล�ปิดจ�ก 19.00 น�ฬิก� เป็น 20.00 น�ฬิก� หรือวันหยุดลดลงจ�ก
44 วัน เหลือ 24 วัน เป็นต้น
ก�รผ่อนปรนดังกล่�วส่งผลให้ร้�นค้�ปลีกที่ไม่อยู่ภ�ยใต้กฎหม�ยได้กลับม�ขย�ยตัว
เพิ่มม�กขึ้นอย่�งรวดเร็ว รวมถึงคว�มสำ�เร็จธุรกิจค้�ปลีกต่�งช�ติที่เข้�ม�ลงทุนและขย�ยกิจก�รอย่�งรวดเร็ว
ผลที่ต�มม� คือ ก�รเข้�ครองตล�ดค้�ปลีกของกลุ่มทุนต่�งช�ติ และผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ร้�นค้�ปลีกท้องถิ่น
พัฒน�ก�รจ�ก “ควบคุม” เป็น “การห้ามควบคุม” ม�สู่ “การป้องกัน”
ก�รผ่อนคล�ยกฎเกณฑ์อย่�งเคร่งครัดเพื่อควบคุมธุรกิจค้�ปลีกขน�ดใหญ่
ซึ่งเป็นผลม�จ�ก SII ในปี ค.ศ. 1989 ทำ�ให้มีก�รยกเลิกกฎหม�ย Large Scale Retail Store และมีก�ร
ตร�กฎหม�ย Large Scale Retail Store Location Law ม�ใช้บังคับแทนในปี ค.ศ. 2000 โดยที่กฎหม�ย
ฉบับก่อนนั้นได้ถูกออกแบบม�เพื่อป้องกันร้�นค้�ปลีกขน�ดเล็ก (ธุรกิจท้องถิ่น) ที่อ�จได้รับผลกระทบ
จ�กธุรกิจค้�ปลีกขน�ดใหญ่ โดยระยะแรกวิธีปฏิบัติต�มกฎหม�ยเป็นไปอย่�งเคร่งครัด จนผ่อนปรน
ข้อจำ�กัดต่�ง ๆ ลดลงท่�มกล�งพลวัตท�งเศรษฐกิจ ทำ�ให้กฎหม�ยฉบับดังกล่�วไม่สอดรับกับนโยบ�ย
ท�งเศรษฐกิจ แต่กระนั้นประเทศญี่ปุ่นได้ตร�กฎหม�ยฉบับใหม่ขึ้นเปลี่ยนแนวท�งจ�กก�รควบคุม
ธุรกิจม�เป็นก�รลดปัญห�ผลกระทบต่อร้�นค้�ปลีกขน�ดใหญ่ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นนโยบ�ยเรื่อง
“ ก�รอยู่ร่วมกัน ” (co – existence) นอกจ�กกฎหม�ยฉบับดังกล่�ว ยังมีกฎหม�ยประกอบอื่น ได้แก่
กฎหม�ย City Planning Law และกฎหม�ย Small and Medium sized Retail Business
Promotion Act อีกด้วย

