Page 120 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 120
ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563) 119
ผู้ประกอบก�รร้�นค้�ปลีกขน�ดใหญ่ต้องมีก�รจัดทำ�ร�ยง�นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และคว�มสัมพันธ์ระหว่�ง
ชุมชนท้องถิ่น หรือเมือง Albuquerque ก�รอนุญ�ตประกอบกิจก�รต้องคำ�นึงเรื่องคว�มแออัดของจร�จร
ขน�ดของสิ่งก่อสร้�ง ผลกระทบต่อชุมชนข้�งเคียง ผลกระทบเรื่องเสียง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษ�
สภ�พแวดล้อม (Natural) สภ�พแห่งท้องถิ่น (Built characteristics) สังคม (Social) วัฒนธรรม (Cultural)
และคุณค่�ท�งประวัติศ�สตร์ของท้องถิ่น (Historical) หรือในรัฐ Florida คณะกรรมก�รว่�ด้วยก�รลงทุน
4.
ได้กำ�หนดระเบียบว่�ก�รก่อสร้�งร้�นค้�ปลีกขน�ดใหญ่ต้องคำ�นึงเรื่องของคว�มสวยง�มท�งสถ�ปัตยกรรม
ม�กกว่�ขน�ดของห้�ง เส้นท�งจร�จรทั้งผู้เดินท�งเท้�หรือเส้นท�งสัญจร คว�มปลอดภัยหรือมลพิษท�งเสียง
ที่จะเกิดแก่ชุมชนโดยรอบ
สรุปได้ว่�รัฐท้องถิ่นหรือคณะกรรมก�รแห่งท้องถิ่นได้มีก�รกำ�หนดเงื่อนไขต่�ง ๆ ขึ้นอยู่
กับคว�มต้องก�รของคนในชุมชนและอยู่ภ�ยใต้กรอบของกฎหม�ยผังเมือง โดยคำ�นึงเรื่องสภ�พแวดล้อม
คว�มปลอดภัย และคว�มสะดวกในด้�นก�รจร�จร รวมถึงเรื่องคุณค่�ท�งจิตใจ เช่น ภ�พลักษณ์ของเมือง
คุณค่�ท�งประวัติศ�สตร์ เป็นต้น
4. ผลกระทบที่มีต่อพฤติกรรม ทัศนคติของประชาชน และรูปแบบวิถีชุมชน
4.1 วิถีชีวิตและพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงตามพลวัตทางสังคม
ในรอบกึ่งศตวรรษที่ผ่�นม� ประเทศไทยมีก�รพัฒน�ประเทศอย่�งต่อเนื่อง โดยมีอิทธิพลจ�ก
กระแสหลักก�รพัฒน�ประเทศจ�กสังคมเกษตรกรรมที่วิถีชีวิตของผู้คนอิงธรรมช�ติ และระบบสังคมที่เกื้อกูล
กันไปสู่สังคมเกษตรกรแบบอุตส�หกรรมที่วิถีชีวิตของผู้คนถอยห่�งจ�กธรรมช�ติ และระบบโครงสร้�งท�ง
สังคมเป็นครอบครัวเดี่ยวม�กขึ้น จนกระทั่งก�รเปลี่ยนแปลงโครงสร้�งท�งเศรษฐกิจเป็นสังคมอุตส�หกรรม
ใหม่ ซึ่งส่งผลต่อคว�มเปลี่ยนแปลงท�งโครงสร้�งสังคม วิถีชีวิตสังคมชนบทเป็นสังคมเมือง และพฤติกรรม
มักคุ้นท�งสังคมเป็นคว�มสัมพันธ์เชิงธุรกิจเป็นปัจจัยสำ�คัญ
คว�มสัมพันธ์ระหว่�งร้�นค้�ปลีกดั้งเดิมท้องถิ่นที่เคยมีบทบ�ทเป็นแหล่งเชื่อมโยงและเกื้อกูล
ของคนในชุมชนท้องถิ่นมีบทบ�ทลดน้อยถอยลง เพร�ะแต่เดิมนั้นผู้ประกอบกิจก�รค้�ปลีกดั้งเดิมส่วนใหญ่จะเป็น
คนไทยเชื้อส�ยจีนซึ่งถือระบบคุณธรรมต�มคว�มเชื่อลัทธิขงจื้อ ในก�รประกอบกิจก�รร้�นค้�จึงเป็นเสมือน
สะพ�นเชื่อมระหว่�งผู้ผลิตสินค้�กับผู้บริโภคสินค้� และเชื่อมโยงคว�มต้องก�รสินค้�ของคนในพื้นที่ไปยัง
ผู้ผลิตสินค้� รวมถึงเป็นแหล่งเกื้อกูลสำ�หรับผู้ที่ต้องก�รสินค้�แต่ข�ดแคลนปัจจัยไปใช้ก่อนเท่�ที่จำ�เป็น
ต่อก�รดำ�รงชีพ
เมื่อสภ�พสังคมเปลี่ยนไปต�มพลวัต ประเพณีท�งก�รค้�ที่เคยถ่�ยทอดระบบคุณธรรม
ต�มลัทธิขงจื๊อจ�กรุ่นสู่รุ่นถูกท้�ท�ยจ�กก�รเปลี่ยนแปลงโครงสร้�งท�งเศรษฐกิจ ซึ่งเห็นได้ว่�ร้�นค้�เช่นนั้น
มีจำ�นวนลดน้อยลง ส่วนม�กถูกกลืนต�มค่�นิยมของกระแสหลัก แต่ร้�นค้�ปลีกดั้งเดิมใดที่ยังส�ม�รถยึดโยง
กับหลักคุณธรรมดังกล่�วได้ ก็ยังคงส�ม�รถยึดโยงกับวิถีชีวิตของคนในสังคมท้องถิ่นได้เช่นกัน
แม้ว่�ปัจจุบันคว�มเจริญท�งวัตถุนิยมได้ก้�วเข้�ม�อย่�งถ�โถมในน�ม “ก�รกระจ�ย
คว�มเจริญสู่ท้องถิ่นเพื่อก�รพัฒน�ประเทศ” ทำ�ให้พฤติกรรมของประช�ชนในฐ�นะผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป
เช่น ก�รรับประท�นอ�ห�รนอกบ้�นอย่�งสมำ�เสมอ ก�รเลือกซื้อสินค้�ที่ร้�นค้�ปลีกสมัยใหม่ ก�รเป็นศูนย์รวม
ของวัยรุ่น (Entertainment Complex) รวมถึงค่�นิยมคว�มทันสมัย เป็นต้น สิ่งเหล่�นั้นนับเป็นปัจจัยภ�ยนอก
ที่ท้�ท�ยต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของสังคมไทย แต่ปัจจัยภ�ยในที่ถือเป็นภูมิคุ้มกัน ได้แก่ ก�รยึดโยงหัวใจ
ของประช�ชนผู้บริโภค (คว�มภักดี) ที่มีต่อร้�นค้�ปลีกดั้งเดิมที่ถือระบบคุณธรรม เพร�ะคว�มต้องก�รของ
ประช�ชนถือเป็นเสรีภ�พขั้นพื้นฐ�นของปัจเจกชน มิอ�จบังคับให้เปลี่ยนแปลงได้ ห�กไม่ส�ม�รถยึดโยง

