Page 52 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 52
ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2563) 51
กรณีเรื่องรำวข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไม่มีข้อเท็จจริงส่วนใดเกี่ยวข้องหรือสำมำรถปรับได้กับ
ควำมผิดฐำนกบฏตำมมำตรำ 113 แต่อย่ำงใด กำรกระท�ำของผู้ชุมนุมและใช้สิทธิชุมนุมไม่ใช่กำรแบ่งแยก
รำชอำณำจักรหรือยึดอ�ำนำจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งรำชอำณำจักร กรณีกำรปรับใช้ข้อเท็จจริง
กับมำตรำนี้ก็ท�ำไม่ได้เช่นกัน
กำรตั้งข้อหำอันเนื่องมำจำกข้อเท็จจริงที่ปรำกฏจึงไม่มีควำมสัมพันธ์กันแต่อย่ำงใดกับ
บทบัญญัติแห่งกฎหมำย ฐำนควำมผิดที่ปรับบทกฎหมำยน�ำไปสู่กำรขอออกหมำยจับ และขั้นตอนต่ำง ๆ
ในกระบวนพิจำรณำจึงเป็นไปโดยมิชอบธรรม
กรณีศึกษำนี้ต้องกำรชี้ให้เห็นควำมส�ำคัญของกำรตั้งข้อหำที่มีผลต่อกำรแจ้งข้อหำ กระบวนพิจำรณำ
เงื่อนไขให้อ�ำนำจด�ำเนินคดี และผลกระทบต่อผู้ต้องหำ ซึ่งหำกด�ำเนินไปโดยมิชอบ ขำดควำมเป็นภำวะวิสัย
ย่อมส่งผลต่อกำรด�ำเนินคดีในขั้นตอนต่อ ๆ ไป และเป็นผลร้ำยต่อผู้ต้องหำ อันเป็นกำรท�ำลำยควำมเชื่อถือ
ศรัทธำของคนในชำติด้วย
ผู้เขียนใคร่ขอเรียกร้องให้มีกำรปฏิรูปกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ โดยเฉพำะในเรื่องของ
กำรตั้งข้อหำ กำรตรวจสอบถ่วงดุลกำรตั้งข้อหำ และปรับบทฐำนควำมผิด ให้มีควำมเป็นภำวะวิสัย
และมีประสิทธิภำพอย่ำงแท้จริง และมีภำวะวิสัยกับพฤติกรรมกำรกระท�ำและพยำนหลักฐำนที่ปรำกฏ
อย่ำงแท้จริง อันยังผลให้สำมำรถคุ้มครองสิทธิและเสรีภำพของคนในชำติได้อย่ำงแท้จริง
ในเรื่องของ “การตรวจสอบการใช้มาตรการแสวงหาพยานหลักฐาน” ในขั้นตอนของกำร
สืบสวนสอบสวน มำตรกำรแสวงหำพยำนหลักฐำนโดยเจ้ำหน้ำที่ของรัฐเป็นมำตรกำรที่กระทบสิทธิมนุษยชน
ทุกมำตรกำร แต่มีกฎหมำยยกเว้นให้มีอ�ำนำจท�ำได้ และกระท�ำเท่ำที่จ�ำเป็นอย่ำงเคร่งครัด
ในประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ คือ หมำยอำญำ ได้แก่ หมำยเรียก หมำยจับ หมำยค้น
หมำยขัง หมำยจ�ำคุก ตำมหลักผู้ขอออกหมำยอำญำคือเจ้ำพนักงำนต�ำรวจ ผู้มีอ�ำนำจอนุมัติคือศำล
ในกฎหมำยอื่น เช่น กำรล่อซื้อ กำรดักฟังทำงโทรศัพท์ ส่วนใหญ่พบว่ำหน่วยงำนสำมำรถอนุมัติกำร
ใช้มำตรกำรพิเศษได้เอง ในหลำย ๆ มำตรกำรยังไม่มีกำรตรวจสอบกำรใช้มำตรกำรจำกศำล เช่น
กำรล่อซื้อคดียำเสพติด กำรควบคุมตัวไว้ 3 วัน เป็นต้น
เพื่อเป็นกำรใช้มำตรกำรเหล่ำนี้ในกำรแสวงหำพยำนหลักฐำนอย่ำงถูกต้อง ซึ่งเป็นมำตรกำร
ที่มีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภำพของบุคคลอย่ำงมำก จึงควรให้มีกำรทบทวนและตรวจสอบถ่วงดุล
(Accountability) กล่ำวคือ เจ้ำพนักงำนที่เกี่ยวข้องหรือเจ้ำพนักงำนต�ำรวจมีอ�ำนำจเสนอ แต่ต้องให้
ผ่ำนกำรเห็นชอบจำกพนักงำนอัยกำรก่อนทุกกรณี เมื่อพนักงำนอัยกำรเห็นชอบจึงเสนอไปยังศำลเพื่อ
พิจำรณำอนุมัติกำรใช้มำตรกำรนั้น ๆ ซึ่งในประเทศที่ใช้ระบบเดียวกับประเทศไทยให้ควำมคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
โดยผ่ำนพนักงำนอัยกำรท�ำกำรทบทวนควำมถูกต้องเหมำะสมก่อน เช่น สหพันธ์สำธำรณรัฐเยอรมนี
สำธำรณรัฐฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เป็นต้น ผู้เขียนเห็นว่ำเรื่องนี้ส�ำคัญและประเทศไทยควรจะน�ำมำใช้ด้วย

