Page 53 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 53

52           วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน



                       3. ชั้นพิจารณาพิพากษา ในขั้นตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นกำรท�ำงำนร่วมกันของศำลกับพนักงำนอัยกำร
                 มีประเด็นที่น่ำพิจำรณำ ดังนี้
                       ในเรื่อง “การไต่สวนคดีอาญา” ตำมกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำของไทย คดีอำญำที่

                                                                            17
                 ผู้เสียหำยเป็นโจทก์ฟ้องคดี กฎหมำยก�ำหนดให้ศำลต้องท�ำกำรไต่สวนเสมอ  ส�ำหรับคดีที่รัฐเป็นโจทก์
                 จะไต่สวนหรือไม่ก็ได้ ในทำงปฏิบัติที่ผ่ำนมำพบว่ำมีกำรไต่สวนอยู่เพียงคดีเดียว จุดนี้เป็นประเด็นที่น่ำสนใจ
                 เพรำะกำรไต่สวนคดีอำญำเป็นกำรตรวจสอบถ่วงดุล (Accountability) ส�ำนวนคดีที่เริ่มต้นมำจำกงำนสอบสวน
                 ฟ้องร้อง กอปรกับในยุคปัจจุบันคดีที่รัฐเป็นโจทก์ฟ้องมีควำมยุ่งยำกซับซ้อนมำกและมีจ�ำนวนมำก จึงมีควำมจ�ำเป็น

                 ที่ศำลต้องวำงเกณฑ์ในกำรไต่สวนมูลฟ้องคดีที่รัฐเป็นโจทก์ เพื่อกำรกรองคดีตั้งแต่แรก
                       ในเรื่อง “การแถลงเปิดปิดคดี” เป็นสิ่งที่ดีมำกและมีกำรใช้กำรแถลงเปิดปิดคดีกันมำก
                 เพื่อควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับพยำนหลักฐำนในคดีและข้อเท็จจริงของจ�ำเลยในต่ำงประเทศ  แต่ประเทศ
                 เรำแทบจะไม่ได้ ปฏิบัติตำมมำตรำ 174 กันสักเท่ำไรนัก

                       มาตรา 174 ก่อนน�าพยานเข้าสืบ โจทก์มีอ�านาจเปิดคดีเพื่อให้ศาลทราบคดีโจทก์ คือแถลง
                 ถึงลักษณะของฟ้องอีกทั้งพยานหลักฐานที่จะน�าสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดของจ�าเลยเสร็จแล้วให้
                 โจทก์น�าคดีเข้าสืบ
                       เมื่อสืบพยานโจทก์แล้ว จ�าเลยมีอ�านาจเปิดคดีเพื่อให้ศาลทราบคดีจ�าเลย โดยแถลงข้อเท็จจริง

                 หรือข้อกฎหมายซึ่งตั้งใจอ้างอิง ทั้งแสดงพยานหลักฐานที่จะน�าสืบ เสร็จแล้วให้จ�าเลยน�าพยานเข้าสืบ
                       เมื่อสืบพยานจ�าเลยเสร็จแล้ว โจทก์และจ�าเลยมีอ�านาจแถลงปิดคดีของตนด้วยปาก หรือ
                 หนังสือหรือทั้งสองอย่าง
                       กำรแถลงปิดคดีส�ำหรับอัยกำรมีควำมส�ำคัญมำก โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งหำกพนักงำนอัยกำร

                 เห็นว่ำจ�ำเลยกระท�ำควำมผิดจริง พนักงำนอัยกำรก็จะแถลงให้ลงโทษจ�ำเลยตำมควำมหนักเบำของ
                 กำรกระท�ำตำมหลัก Individualization of Punishment
                       ในเรื่องของ “การสืบพยานในคดีอาญา” ในชั้นพิจำรณำพิพำกษำคดี หลักประกันสิทธิมนุษยชน
                 ในชั้นศำลโดยศำล ตำมบทบัญญัติของกฎหมำยมีหลำยประกำรที่เกี่ยวกับพยำนหลักฐำน ศำลก็มีหน้ำที่

                 ต้องตรวจสอบค้นหำควำมจริงในเนื้อหำเช่นเดียวกัน ต้องตรวจสอบค้นหำควำมจริงแท้ของเรื่อง
                 จนเป็นที่พอใจ ปรำกฏตำมมำตรำ 228 มำตรำ 229 และมำตรำ 175 ดังนี้
                       มาตรา 228 ระหว่างพิจารณาโดยพลการหรือคู่ความฝ่ายใดร้องขอ ศาลมีอ�านาจสืบพยาน
                 เพิ่มเติม จะสืบเองหรือส่งประเด็นก็ได้

                       มาตรา 229 ศาลเป็นผู้สืบพยาน จะสืบในศาลหรือนอกศาลก็ได้แล้วแต่เห็นควรตามลักษณะ
                 ของพยาน









                       17  ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 162 (1).
   48   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58