Page 49 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 49

48           วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน



                 ซึ่งในทำงปฏิบัติมีโอกำสผิดพลำดหรือมีโอกำสเกิดกำรกระท�ำที่มิชอบในเรื่องของพยำนหลักฐำนได้ง่ำย
                 ซึ่งเป็นสิ่งส�ำคัญที่มีผลกระทบสิทธิในทำงคดีของบุคคลที่พึงได้รับกำรคุ้มครองตำมหลักสิทธิมนุษยชน
                 และยังมีผลต่อควำมผิดหรือบริสุทธิ์ในคดี กล่ำวคือ พยำนหลักฐำนในชั้นเริ่มต้นอำจถูกบิดเบือนแก้ไข

                 เปลี่ยนแปลงไปจำกควำมจริงได้ง่ำย
                       ตัวอย่ำง “ควำมผิดเกี่ยวกับยำเสพติด” มีลักษณะเป็นองค์กรอำชญำกรรม มีควำมซับซ้อน
                 ตำมหลักกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำจึงควรต้องให้พนักงำนอัยกำรลงมำท�ำหน้ำที่สอบสวนคดีด้วย
                 ตนเองดังเช่นที่ปรำกฏในนำนำอำรยประเทศและตำมรูปแบบของระบบ “กล่ำวหำ” ที่มีประสิทธิภำพ

                 ตำมที่กล่ำวมำแล้วข้ำงต้นจะท�ำให้ “อ�านาจสอบสวนฟ้องร้องเป็นอ�านาจเดียวกัน” และกำรที่
                 พนักงำนอัยกำรมีข้อมูลของบุคคลผู้กระท�ำควำมผิดและรู้สำเหตุกำรกระท�ำควำมผิดอย่ำงชัดแจ้ง
                 จะสำมำรถใช้ดุลพินิจสั่งใช้มำตรกำรต่ำง ๆ ได้อย่ำงมีภำวะวิสัย เช่น สั่งไม่ฟ้อง สั่งชะลอกำรฟ้อง
                 หรือเสนอศำลเพื่อใช้มำตรกำรทำงเลือกอื่น ๆ แทนได้หำกเข้ำเงื่อนไขของกฎหมำย

                       ในประเด็นนี้อาจกล่าวได้ว่ามีการกล่าวถึงกันมากและถกเถียงกันมานานแล้ว เป็นสิ่งท้าทาย
                 ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไทยอีกประการหนึ่งที่จะเปลี่ยนแปลงระบบและ
                 กลไกการสอบสวนเสียใหม่หรือไม่ ผลจากการศึกษาวิจัยและการปฏิบัติในต่างประเทศหลายประเทศ
                 ยืนยันชัดเจนว่า “อ�านาจสอบสวนฟ้องร้องเป็นอ�านาจเดียวกัน” และ พนักงานอัยการต้องเป็น

                                                           11
                 ผู้สอบสวนคดีเองในฐานะผู้รับผิดชอบส�านวนคดี  และอำจจะมอบหมำยให้เจ้ำพนักงำนต�ำรวจ
                 ได้บ้ำงในคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั่วไป จะท�ำให้กระบวนกำรยุติธรรมมีประสิทธิภำพได้
                       การทุจริตคอร์รัปชันในกระบวนการยุติธรรมไม่ว่าขั้นตอนใด ๆ การแทรกแซงจากอ�านาจใด ๆ
                 จากภายนอกจะเป็นสิ่งท�าลายความถูกต้องจริงแท้ของพยานหลักฐานในกระบวนการยุติธรรม

                 ทางอาญา เป็นการท�าลายความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน และคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน
                 อย่างชั่วร้าย และหมายถึงความล้มเหลวของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างสิ้นเชิง
                       ควำมร่วมมือกันของหน่วยงำนในกระบวนกำรยุติธรรมทำงอำญำในกำรตรวจสอบค้นหำ
                 ควำมจริงจำกพยำนหลักฐำนให้เป็นที่ประจักษ์  ทุกหน่วยงำนจึงมีควำมส�ำคัญด้วยกันทั้งสิ้นเพียงแต่ท�ำ

                                                                                12
                 บทบำทที่แตกต่ำงกัน ไม่ว่ำในชั้นเจ้ำพนักงำนหรือในชั้นพิจำรณำพิพำกษำก็ตำม  เพื่อร่วมสร้ำงควำม
                 ยุติธรรมอย่ำงแท้จริงและเป็นบทบำทของทุกฝ่ำยที่ต้องกระตือรือร้น (Active) เพื่อกำรคุ้มครอง
                 สิทธิมนุษยชนให้กับประชำชนและสังคม
                       2. ในชั้นสอบสวนฟ้องร้อง มีประเด็นที่ต้องพิจำรณำ ดังนี้

                       ในเรื่องของกำร “ร้องทุกข์กล่าวโทษ” ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำของไทย
                                          13
                 จะก�ำหนดให้ร้องทุกข์กล่ำวโทษ  กับ “พนักงำนฝ่ำยปกครองหรือต�ำรวจ” ซึ่งในทำงปฏิบัติประชำชน
                 ก็จะไปร้องทุกข์กับต�ำรวจเป็นหลักและก็มักมีประเด็นของกำรไม่รับแจ้งควำมเกิดขึ้น ในกฎหมำยวิธี
                 พิจำรณำควำมอำญำของญี่ปุ่นก็ดี สหพันธ์สำธำรณรัฐเยอรมันก็ดี ให้ผู้เสียหำยสำมำรถร้องทุกข์กับ



                       11  สหพันธ์สำธำรณรัฐเยอรมนี โปรตุเกส สำธำรณรัฐฝรั่งเศส ญี่ปุ่น แม้แต่ในสหรำชอำณำจักร ปัจจุบันก็มีพนักงำน
                 อัยกำรแล้ว.
                       12  จำก มาตรการบังคับทางอาญา, โดย ธำนี วรภัทร์, 2557, กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
                       13  ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 2 (7) และ (8).
   44   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54